เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีคำสั่งชะลอบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขัน ในวันที่ 1 ก.ค. ออกไปก่อนทุกจังหวัด นอกจากนี้ สังคมยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปก่อนหน้านั้นจะมีการดำเนินการอย่างไร ว่า คำสั่งชะลอเป็นของ สถ. ที่ออกมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งวันนี้จะมีการประชุมกองกลาง ต้องรอดูว่าจะมีข้อพิจารณาออกมาอย่างไร
นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า อีกส่วนที่ได้รับการบรรจุไปแล้วยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ แต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้คือ เร่งกระบวนการตรวจสอบให้เร็วที่สุด เพราะต้องแยกคนที่สอบได้ด้วยตนเองออกมา แล้วแยกคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกมาด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้จัดการถูกว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ คนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบมาด้วยตนเอง เราต้องไม่ทำอะไรที่มันกระทบสิทธิเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นมีการกำหนดกรอบระยะเวลาก่อนคัดบุคคลที่สอบได้ด้วยตนเอง และบุคคลที่มีการทุจริตเข้ามาต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน 7 วัน แต่การพิสูจน์ตัวบุคคลทั้งหมดว่า มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลา เพราะต้องการทำการตรวจอย่างละเอียด เพราะหากผิดพลาดไปจะกระทบสิทธิผู้บริสุทธิ์ แต่ในระดับนโยบายมีการสั่งการให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า จะมีการขยายผลเพิ่มเติมอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า พฤติกรรมตอนนี้ทีมที่ตรวจสอบได้เห็นถึงพฤติกรรมและพฤติการณ์แล้วว่า ขบวนการมีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการที่จะตรวจสอบว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตครั้งนี้บ้าง ส่วนรายละเอียดขอให้ทีมตรวจสอบเป็นผู้ดำเนินการ ย้ำว่า ต้องขยายผลต่อ เชื่อว่าในส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าไปตรวจเจอ ก็จะสามารถขยายผลต่อไปได้
เมื่อถามถึง กรณีที่เริ่มมีการข่มขู่ มีการยิงบ้านที่เกี่ยวข้องใน จ.พัทลุง จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดี และตนได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า น่าจะมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหาย เพื่อเก็บข้อมูลแล้วจะมีการขยายผลในส่วนนี้
เมื่อถามว่า นอกจากพื้นที่ใน จ.เพชรบูรณ์ แล้ว จะมีการขยายผลไปพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า พื้นที่อื่นต้องมีการขยายผลจากชุดที่เราเจออยู่แล้ว เพราะมีการเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ขอไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นพื้นที่ใดบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนชิงลาออกจะมีผลอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่มีผล แม้จะมีการลาออกก็ไม่มีผล เพราะไม่เกี่ยวกับการลาออกหรือลาออก แต่เกี่ยวข้องคือ เขาได้เข้าไปทำความผิดหรือไม่ หากได้เข้าไปทำความผิดแม้จะมีการลาออกก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว



