เรียกเสียงเกรียวกราวจาก เทศกาลภาพยนตร์หลายงานมาตั้งแต่ปี 2025 จนถึง 2026 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นหนังบู๊ที่เลิศที่สุดในรอบหลายปี สำหรับภาพยตร์ฟอร์มยักษ์สัญชาติฮ่องกง เรื่อง The Furious หรือ “คนเดือดระห่ำ” หนังนำเข้าจากค่ายคุณภาพ M STUDIO เริ่มฉายวันที่ 18 มิ.ย. 69 ความยาว 113 นาที กุมบังเหียนโดย “เคนจิ ทานิงากิ” (Kenji Tanigaki) ปรมาจารย์คิวบู๊ระดับตำนานชาวญี่ปุ่นที่เติบโตในวงการหนังฮ่องกง เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคิวบู๊สุดเดือดของ Rurouni Kenshin เคนชิน ซามูไร X และเคยร่วมงานกับ “ดอนนี่ เยน” อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ “บิล คอง” (Bill Kong) โปรดิวเซอร์มือทองผู้ผลักดัน Crouching Tiger, Hidden Dragon มาควบคุมงานสร้าง เพื่อเก็บรายละเอียดในแต่ละฉากให้ได้มากที่สุด

The Furious มีนักแสดงสายบู๊ไว้มากมายได้แก่
เซี่ยเมี่ยว (Xie Miao): อดีตดาราเด็กสายบู๊ระดับตำนานของจีน มารับบท “หวังเหว่ย” (Wang Wei) ช่างฝีมือผู้เป็นใบ้ที่ต้องออกโรงบู๊ระห่ำเพื่อช่วยเหลือลูกสาวที่ถูกแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไป
โจ ทัสลิม (Joe Taslim): สุดยอดนักบู๊จากอินโดนีเซีย (The Raid, Mortal Kombat) รับบท “นาวิน” (Navin) นักข่าวภาคสนามหัวเห็ดคอยช่วยเหลือหวังเหว่ย พร้อมตามหา “ภรรยา” ที่หายตัวไป
หยางเอิ้นโยว่ (Yang Enyou) รับบท เรนนี่ / เรนนี่ (Rainy) ลูกสาวของหวังเหว่ยที่ถูกลักพาตัวไป
จี้จ้า-ญาณิน วิสมิตะนันทน์ รับบท “มาทิอา” (Matia) นักข่าวสาวสายสืบสวน ภรรยาของ “นาวิน” เธอพยายามเปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมนี้

ไบรอัน เล่อ (Brian Le) รับบท ฮอ (Ho) สมุนร่างยักษ์จอมพลังของแก๊งค้ามนุษย์
โจอี้ อิวะนางะ (Joey Iwanaga) รับบท พัคลอง (Paklung) ลูกเขยสุดโรคจิตของหัวหน้ามาเฟีย ผู้ดูแลเครือข่ายลักพาตัวเด็ก
ยายาน รูเฮียน (Yayan Ruhian) รับบท ทัค (Tak) นักฆ่าฝีมือฉกาจที่ใช้ธนูเป็นอาวุธ
โดนาท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล รับบท ยาดง / ผู้กองยาดง (Yadong) ร้อยตำรวจเอกหญิงที่พยายามเข้าช่วยเหลือเด็กๆเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์
ปู-สหจักร บุญธนกิจ รับบท เฮียซ่ง (Mr. Song) ผู้บริหารระดับกลางของแก๊งที่มีสไตล์คล้ายคาวบอย
ต๊อบ-สหัสชัย ชุมรุม รับบท “ไตล่อ” ( Tai Luo) พ่อตาของ “พัคลอง” หัวหน้ามาเฟีย คอยดูแลกลุ่มผู้บริหารธุรกิจสีเทาอีกที

เรื่องย่อ
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ “หวังเหว่ย” (รับบทโดย เซี่ยเมี่ยว) ช่างซ่อมบำรุงที่เป็นใบ้ ต้องเผชิญกับฝันร้ายที่สุดในชีวิตเมื่อ “เรนนี่” ลูกสาวสุดที่รักถูกเครือข่ายอาชญากรค้ามนุษย์ข้ามชาติลักพาตัวไป เมื่อเขาไปพึ่งพาตำรวจ กลับพบเจอแต่ความทุจริตและการเพิกเฉย “หวังเหว่ย” ตัดสินใจระเบิดความแค้น ออกล่าและถล่มรังโจรด้วยมือของตัวเอง นั่นจึงทำให้เขาได้พบกับ “นาวิน” (รับบทโดย โจ ทัสลิม) นักข่าวสายลุย ที่กำลังออกตามสืบภรรยา หลังเธอหายตัวไปอย่างลึกลับ การผนึกกำลังของ สองคู่หูเพื่อตามหาบุคคลที่เขารัก จึงได้เริ่มต้นขึ้น

จุดแข็ง
งานแอ็กชัน ทำออกมาได้แบบ “บู๊ลืมหายใจ” ถ้าคุณชอบความเดือด ดิบ โหด สไตล์ The Raid หรือ John Wick เรื่องนี้ตอบโจทก์แบบคูณ 2 โดย “เคนจิ ทานิงากิ” นำสไตล์การต่อสู้แบบฮ่องกงดั้งเดิม (หมัด, เท้า, เข่า, ศอก) มาผสมผสานกับศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ รวมไปถึงการใช้มีดสั้นได้อย่างไร้ที่ติ ฉากต่อสู้บนรถบัส และฉากตะลุมบอนในพื้นที่แคบ ก็ยังสามารถทำออกมาได้อย่างลื่นไหล บ้าระห่ำ เจ็บจริง ทุกท่วงท่าไม่มีการออมมือ การตัดต่อและมุมกล้องของภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งพลังให้คนดูจนรู้สึกได้เหมือนโดนต่อยซะเอง

ในส่วนของบทหนัง-เคมีนักแสดง แม้พล็อตเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เรื่องมาในสูตรสำเร็จ “ทวงแค้น-ตามหาลูก” ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สิ่งที่ยกระดับหนังคือ การแสดงของ “เซี่ยเมี่ยว” การที่ตัวละครของเขาเป็นใบ้ ทำให้เขาต้องสื่อสารความโกรธ ความเจ็บปวด และความรักลูกผ่านทางสายตาและท่าทาง ซึ่ง “เซี่ยเมี่ยว” ทำออกมาได้ทรงพลังมาก เมื่อจับคู่กับ “โจ ทัสลิม” เคมีของทั้งคู่เข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เป็นสองตัวละครที่มีปมฝังลึก พร้อมระเบิดอารมณ์ผ่านการต่อสู้

งานโปรดักชัน โชว์กลิ่นอายความเป็นไทย เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ร่วมทุนที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใข้ทีมงานและนักแสดงไทยเพียบ เราจะได้เห็นฉากหลัง โลเกชัน และนักแสดงไทยอย่าง จีจ้า ญาณิน และ โดนัท มนัสนันท์ มาร่วมสร้างสีสันและทักษะการแสดงในระดับสากล โปรดักชันดีไซน์ออกแบบมาได้ดิบ เถื่อน และเข้ากับมู้ดแอนด์โทนอันสิ้นหวังของเรื่องได้เป็นอย่างดี

จุดอ่อน
ด้วยความเป็นหนังบู๊สไตล์เลือดเดือด จึงไม่ได้สนใจในรายละเอียดของบทภาพยนตร์ พล็อตหนังแบบเดิม ๆ คือ “ทวงแค้น-ตามหาลูกสาว” และ “ทลายแก๊งมาเฟีย” คาดเดาทิศทางหนังไม่ยาก แต่ที่น่าจะเป็นจุดอ่อนแบบต้องกลับไปปรับปรุงก็คือ การทำให้ตัวร้ายดูมีมิติ หรือมุมที่ลึกขึ้น ไม่ใช่เอามาเป็นเพียงกระสอบทราย ควรชงให้ดูร้ายถึงร้ายกาจสุดขีดมากกว่านี้

5/5 กะโหลก นี่คืองานมาสเตอร์พีซสาย Martial Arts ที่ดึงเอาศักยภาพสูงสุดของ “ดารานักบู๊” ฝั่งเอเชียมารวมกันแบบจุก ๆ ตอบโจทย์คำว่า “ระห่ำ” ได้ตรงตามชื่อหนัง ซัดกันตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย เนื้อหาไม่ต้องไปสนใจ เพราะหนังโชว์งานสตั้นสวย ๆ เอาไว้เป็นจุดขายแทน “คอหนังบู๊” หมัดเท้าเข่าศอก ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

————————————————

คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก M STUDIO