“กระทิงดุ” สเปน จะพบ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 คืนนี้เวลา 02.00 น. (คืนวันที่ 19 ก.ค. ต่อเช้าวันที่ 20 ก.ค.69)

ก่อนชมก่อนเชียร์ เรามีเกร็ดข้อมูลน่าสนใจอ่านเรียกน้ำย่อย

– คู่นี้เจอกันหนเดียวในบอลโลก ตั้งแต่ 60 ปีก่อน ในรอบแบ่งกลุ่มปี 1966 อาร์เจนตินา ชนะ 2-1

– เจอกันทั้งหมด 14 ครั้ง ผลัดกันชนะทีมละ 6 ครั้ง และเสมอกันไป 2

– นัดล่าสุดเมื่อปี 2018 สเปน ถล่ม 6-1

– สเปน มีโอกาสกลายเป็นชาติแรกที่ได้แชมป์บอลโลก ทั้งชายและหญิงพร้อมกัน (แชมป์บอลหญิงปี 2023)

– ทั้งคู่เป็นแชมป์ทวีปทีมล่าสุด

– นี่คือการพบกันของทีมที่เกมรับดีสุด (สเปน เสีย 1 ประตู) กับทีมเกมรุกดุสุด (อาร์เจนฯ ยิงแล้ว 19 ประตู)

– รอบชิงบอลโลก 5 ครั้งล่าสุด ต่อเวลาพิเศษถึง 4 ครั้ง

– ทีมจากอเมริกาใต้ พบทีมจากยุโรป เจอกันรอบชิงฯ 11 ครั้ง ทีมอเมริกาใต้ สมหวัง 8 ครั้ง

– หนเดียวที่ สเปน ได้แชมป์โลกก่อนหน้านี้คือปี 2010 ซึ่งตอนนั้นก็ลงสนามด้วยดีกรีแชมป์ยุโรป เหมือนหนนี้

– กระทิงดุไม่แพ้ใครในเวลาปกติ 37 นัดติดต่อกัน (ชนะ 28 เสมอ 9) ล่าสุดที่แพ้คือ 22 มี.ค.2024 (แพ้ โคลอมเบีย 0-1)

– นี่คือช่วงเวลาที่ไม่แพ้ใครยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขา และทาบสถิติสูงสุดของชาติยุโรปที่อิตาลีเคยทำไว้ระหว่างเดือนต.ค.2018 ถึง ก.ย.2021 ซึ่งตอนนั้น อิตาลี โดน สเปน หยุดสถิตินั้นลงด้วยการชนะ 2-1 ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2021

– 13 ประตูที่ สเปน ยิงไปแล้วนั้น เป็นสถิติการทำประตูที่ดีที่สุดของพวกเขา โดยสถิติเดิมอยู่ที่ 11 ประตู ปี 1986

– ชนะมา 6 นัดรวดในฟุตบอลโลก ก็เทียบเท่าสถิติปี 2010

– ถ้ารอบชิงฯ สเปน ไม่เสียประตู และได้แชมป์ จะทำให้สร้างประวัติศาสตร์ ทีมแชมป์โลก ที่เสียประตูน้อยสุด (1 ประตู) ทำลายสถิติเดิมของ สเปนเอง (2010), ฝรั่งเศส (1998) และ อิตาลี (2006) เสียไป 2 ประตู

– ในวัย 19 ปี ลามีน ยามาล และเปา คูบาร์ซี ของสเปน จ่อสร้างสถิติใหม่สำหรับการลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกมากที่สุดก่อนอายุครบ 20 ปี โดยปัจจุบันทั้งคู่ลงเล่นไปแล้วคนละ 7 แมตช์ เท่าสถิติ คิเลียน เอ็มบัปเป

– มิเกล โอยาร์ซาบาล มีลุ้นเป็นผู้เล่นสเปนคนแรกที่ยิงในบอลโลก 6 ประตูขึ้นไป ในทัวร์นาเมนต์เดียว ปัจจุบันดาวเตะ รีล โซเซียดัด ยิงไปแล้ว 5 ประตู เท่า “พญาแร้ง” เอมิลิโอ บูตราเกนโญ และ ดาบิด บีญา เคยทำไว้ในปี 1986 และ 2010 ตามลำดับ

(REUTERS)

– ฟาเบียน รุยซ์ จะลงเล่นนัดที่ 50 ให้ทีมชาติ โดย 49 นัดก่อนหน้า เขาไม่เคยแพ้ในเวลาปกติเลย (ชนะ 34 เสมอ 15)

– ด้วยวัย 65 ปีกับอีก 28 วันในวันชิงชนะเลิศ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต โค้ชสเปน อาจกลายเป็นกุนซือที่มีอายุมากที่สุดที่ได้ฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก ทำลายสถิติเดิมของ บิเซนเต เดล บอสเก รุ่นพี่ที่พา สเปน ได้แชมป์ในวัย 59 ปีกับอีก 200 วัน เมื่อปี 2010

– อาร์เจนตินา จะลงเล่นนัดชิงฯ บอลโลก หนที่ 7 อยู่อันดับ 2 ในทำเนียบตลอดกาล โดยตามหลัง เยอรมนี เพียงครั้งเดียว

– ถ้าได้แชมป์ จะเป็นสมัยที่ 4 เท่า เยอรมนี, อิตาลี และตาม บราซิล 1 ครั้ง

– ก่อนหน้านี้มีแค่ 2 ทีม ที่ได้แชมป์โลก 2 หนติด คือ อิตาลี (1934-1938) และ บราซิล (1958-1962)

– อาร์เจนฯ เคยเข้าชิง 2 หนติดมาแล้ว ตอนปี 1986 กับ 1990

– เป็นครั้งที่ 6 ที่ทีมแชมป์เก่า กลับมาป้องกันแชมป์ในรอบชิงฯ

– ในรอบน็อกเอาต์บอลโลก อาร์เจนฯ ชนะทีมยุโรป 8 จาก 10 ครั้งหลังสุด

– อาร์เจนฯ ไม่แพ้ 13 นัดติดในบอลโลก เป็นสถิติไร้พ่ายนานสุดของประเทศ

– ทัพฟ้าขาว ชนะ 7 นัดรวดในฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก

– 13 นัดหลังในบอลโลก อาร์เจนฯ ยิง 2 ประตูขึ้นไป

– 19 ประตู ที่อาร์เจนฯ ยิงไปแล้ว เป็นสถิติของพวกเขาในฟุตบอลโลกครั้งเดียว (สถิติสูงสุดคือ ฮังการี 27 ประตู ปี 1954)

– ถ้าฟ้าขาวได้แชมป์ ลิโอเนล สกาโลนี จะเป็นโค้ชคนที่ 2 ที่ได้แชมป์โลก 2 สมัย ต่อจาก วิตโตริโอ ปอซโซ ที่พาทีมชาติอิตาลี คว้าชัยในปี 1934 และ 1938

– ลิโอเนล เมสซี จะสร้างสถิติเป็นผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ ที่อายุมากที่สุดที่ได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ด้วยวัย 39 ปี กับ 25 วัน แซง กุนนาร์ เกรน ของสวีเดน ที่ลงเจอบราซิลในปี 1958 ด้วยวัย 37 ปีกับอีก 241 วัน

(REUTERS)

– และจะทำให้เขาอยู่อันดับ 2 ผู้เล่นอายุมากสุด ลงรอบชิงฯ บอลโลก ตามหลัง ดิโน ซอฟฟ์ ผู้รักษาประตูอิตาลี ที่ช่วยทีมเอาชนะ เยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์ในปี 1982 ด้วยวัย 40 ปี 133 วัน

– เมสซี จะเป็นคนแรกที่ลงตัวจริงนัดชิงชนะเลิศบอลโลก 3 สมัย ต่อจากปี 2014 กับ 2022 (คาฟู มีชื่อรอบชิงฯ 1994, 1998 และ 2002 แต่หนแรกเป็นตัวสำรอง)

– กัปตันทีมอาร์เจนตินา มีส่วนร่วมกับประตู (ยิงหรือจ่าย) อย่างน้อย 1 ครั้ง จากการลงสนาม 11 นัดหลังสุดในศึกฟุตบอลโลก โดยทำได้ 13 ประตูและ 6 แอสซิสต์

– ไม่เคยมีผู้เล่นสำรองคนไหน ที่ยิงประตูได้ทั้ง รอบก่อนรองฯ, รอบรองฯ และรอบชิงฯ โดยตอนนี้ เลาตาโร มาร์ติเนซ ทำได้แล้ว ในรอบก่อนรองฯ และรอบรองฯ

– ลิโอเนล เมสซี เคยยิง 2 ประตู ในเกมกระชับมิตรที่พบกับสเปน โดยยิงจุดโทษตีเสมอในนัดที่แพ้ 1-2 ที่มาดริดเมื่อเดือน พ.ย. 2009 และทำประตูเบิกร่องในนัดที่ชนะ 4-1 ที่บัวโนสไอเรสในเดือน ก.ย.ปีถัดมา