จากกรณีเกิดไฟไหม้บ้านพักหลังหนึ่ง ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 11 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กทม. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชายและหญิง พร้อมกับแมวจำนวนมากนั้น
-สลดไฟไหม้บ้าน 3 ชั้น ‘ลุง-ป้า’ เสียชีวิต พร้อมแมว 30 ตัว เจ้าหน้าที่ช่วยไว้ได้ 13 ตัว คาดไฟฟ้าลัดวงจร

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป จนปรากฏว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ อาจารย์อนุชิต สุนทรกิติ ปรมาจารย์ช่างภาพแนวศิลปะภาพถ่ายบริสุทธิ์ (Fine Art Photography) ผู้มีชื่อเสียงของไทย ได้เกิดกระแสไว้อาลัยอาจารย์อนุชิตและภรรยากันเป็นอย่างมาก โดยทางเพจ “เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น” ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าง “อาจารย์อนุชิต สุนทรกิติ” ท่านเป็นศิลปินผู้มีมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ โดยนิยามตนเองเสมอว่า “ไม่ใช่ช่างภาพ ไม่ใช่อาร์ตทิสต์ แต่เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่ง ที่เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของโลก” ทั้งนี้ท่าน และภรรยาเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี ดูแลแมวจรจัด ที่ชาวบ้านนำมาปล่อยหน้าบ้านมาเป็นเวลานับสิบปี

สำหรับ อาจารย์อนุชิต สุนทรกิติ เป็นศิลปินภาพถ่าย นักออกแบบ และนักการศึกษาที่มีพื้นฐานด้านสถาปัตยกรรม (ปริญญาตรีครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาปัตยกรรม) ซึ่งส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อมุมมองการถ่ายภาพของเขาที่เน้นเรื่องแสง พื้นที่ และอารมณ์ของมนุษย์ เขาเริ่มถ่ายภาพตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 และเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวในปี พ.ศ. 2551 โดยพัฒนาแนวทาง “Dynamic in the City” ที่บันทึกความเคลื่อนไหวและเรื่องราวชีวิตในเมือง

อาจารย์อนุชิต ก่อตั้งกลุ่ม Thailand Creative Art Photography (TCAP) ในปี พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับมาตรฐานภาพถ่ายเชิงศิลปะ และสนับสนุนช่างภาพรุ่นใหม่

ภาพถ่ายของเขาได้รับการเผยแพร่ในสื่อชั้นนำ อาทิ National Geographic Traveler, Fotoblur, 500px และแพลตฟอร์มศิลปะระหว่างประเทศ การบันทึกประวัติศาสตร์ หนึ่งในผลงานที่สำคัญคือภาพเหตุการณ์หลังการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน “9 ภาพแห่งความจงรักภักดี” จากภาพกว่า 50,000 ภาพ เพื่อบันทึกเป็นจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ชาติไทย

อาจารย์อนุชิต อุทิศตนให้กับการสอนศิลปะ การเป็นช่างภาพอาสาบันทึกเหตุการณ์สำคัญของชาติ และเป็นช่างภาพสื่อมวลชนของกรมประชาสัมพันธ์ อนุชิต สุนทรกิติ จึงไม่ใช่เพียงช่างภาพ แต่เป็น “ผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ที่ใช้ศิลปะภาพถ่ายเชื่อมโยงสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับให้ภาพถ่ายได้รับการยอมรับในฐานะงานศิลปะอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ บทบาทของ “อาจารย์อนุชิต” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างภาพ แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดความรู้ การสร้างพื้นที่ และการผลักดันคนรุ่นใหม่ให้เติบโตในวงการภาพถ่าย ทำให้ท่านเป็นทั้งช่างภาพ นักออกแบบ ครู และผู้สร้างชุมชน ผู้ใช้ภาพถ่ายเป็นพื้นที่เชื่อมโยงธรรมชาติ เมือง สถาปัตยกรรม และชีวิตของผู้คน ผลงาน ความรู้ และแรงบันดาลใจที่เขาได้มอบไว้ จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและพัฒนาการของวงการภาพถ่ายไทยต่อไป..

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Anuchit Sundarakiti, เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น