หลังจากเข้าพิธีหมั้นตามประเพณีไทย-อีสานไปเมื่อช่วงเดือนเมษายน และจัดงานแต่งงานสุดโรแมนติกที่ประเทศนอร์เวย์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดในช่วงบ่ายวันนี้ คู่รักระดับซุป’ตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” ได้จับมือกันเปิดห้องลุมพินี ชั้น 3 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อแถลงข่าวจัดงานฉลองมงคลสมรสอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความยินดีของสื่อมวลชนและแฟนเพลงแฟนละครทั่วประเทศ
ภายในงานแถลงข่าว ทั้งสองคนได้ร่วมย้อนวันวานถึงจุดเริ่มต้นของความรักตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ พร้อมเผยถึงแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนทั้งคู่ โดย ณเดชน์ เผยว่า “เมื่อเช้าถ้าเปิดโอกาสให้แฟนๆ มาได้มากกว่านี้ก็คงจะมากัน แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่เลยต้องทำเป็นแบบผู้โชคดี ประมาณ 250 คน แฟนๆ เขารอวันนี้มานาน ได้เห็นเราในชุดแต่งงาน มันเป็นความฝันของพวกเขาด้วย ได้ชื่นชมการเติบโตของพวกเราทั้งสองคน”
ญาญ่า “เขาก็รอมานาน”
ณเดชน์ “นอนหลับแล้วแหละผมว่า”
ญาญ่า เผยว่า “แฟนๆ ก็บอกว่า congratulations”
ณเดชน์ “แฟนๆ รอดูตัวเล็ก เราก็หัวเราะแฮะๆ ยังไม่ได้รีบขนาดนั้น (จะมาตอนไหน?) ไม่ใช่คืนนี้ครับ”

ถามว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่าน พอมาถึงวันนี้แล้วเป็นเหมือนภาพที่คิดไว้ไหม ณเดชน์ เผยว่า “เกินกว่าที่ผมคิดไว้มาก ผมโชคดีมากๆ ที่ได้เขามาเป็นภรรยา ทุกวันนี้ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาก็ยังคงเป็นคนที่คอยชี้แนะและแนะนำเราในทิศทางที่ดีตลอดมา ทำให้เราเป็นคนดีขึ้นเพื่อเขาและเพื่อความสัมพันธ์ในอนาคตต่อไปด้วย”

ญาญ่า “ญ่าก็โชคดีค่ะ สำหรับญ่าตอนที่รู้จักพี่แบร์ เราได้ทำความรู้จักกันมาเรื่อยๆ ก็ค่อนข้างเห็นวันนี้เป็นภาพที่ชัดเจนอยู่แล้ว เป็นไปตามที่วาดฝันไว้”
(จากวันแรกจนถึงวันนี้ได้วาดฝันไว้ไหมว่าจะต้องเป็นคนนี้?) ณเดชน์ เผยว่า “ผมเคยนะ คิดว่าเป็นตอนที่หลังจากจบละครเรื่องดวงใจอัคนี ผมรู้สึกว่าผมอยากเป็นแฟนคนนี้จังเลย และอยากจีบเขาให้ได้แต่ด้วยความที่ภาษาของเรายังไม่ค่อยแข็งแรง เราก็พยายามฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเขาตลอดเวลา แล้วก็ทำอะไรก็ได้ให้เขารู้สึกถูกใจ”
ญาญ่า เผยว่า “จำได้ว่าวันนั้นเขาส่งเมสเสจมาว่า “Hey shawty” (หัวเราะ) รู้สึกว่าน่ารักดีแต่ระหว่างที่ถ่ายละครเขาไม่คุยกับหนูเลย เขามองอย่างเดียว (มันมีโมเมนต์อะไรเกิดขึ้น?) เคมีเราดีตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว (รู้ตอนไหนว่าเขาจีบ) ตอนที่ส่งเมสเสจมาว่า “Hey shawty” ค่ะ”
ณเดชน์ เผยอีกว่า “เหตุผลที่ตกหลุมรัก เพราะนี่แหละครับความน่ารักสดใสของน้องยังคงเดิมมาตลอด รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่ energy สดใสอยู่ตลอด รู้สึกว่าความง้องแง้งของเขา มันทำให้ชีวิตของเรารู้สึกมีชีวิตจังเลยและเขาเป็นคนน่ารักมากๆ ตั้งใจทำงานและมีเสน่ห์บางอย่างที่บอกไม่ถูกทำให้เรารู้สึกตกหลุมรักเขาในช่วงที่เราถ่ายละครจนได้มาเล่นละครด้วยกันเรื่องที่สองก็คือเกมรักตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าต้องเอาว่ะ
ตอนที่ผมจีบญาญ่าผมจะชอบขึ้นไปนั่งบนรถตู้กับเขา ชอบถามเขาว่าฟังเพลงไหม แต่ก่อนมีหูฟังแล้วก็แบ่งกันฟัง แล้วก็เพ้อฝันว่าอยากให้เขาหลับและซบลงบนไหล่จัง ตอนนั้นส่วนใหญ่มักจะเปิดเพลงสากลให้เขาฟัง ผมก็จะเลือกเพลงหวานให้เขา ถามว่าต้องมีการทำการบ้านในการจีบญาญ่าไหม ด้วยความที่เราถ่ายละครอยู่ด้วยกันตลอดเกิน 12 ชั่วโมง เลยรู้สึกว่าค่อยๆ ซึมซับความรู้สึกกันไปในตอนนั้นอยู่แล้ว (มีการบอกเพื่อนด้วยว่าได่ถ่ายละครกับเจ้าหญิง?) ใช่ครับ
ยังจำตอนแรกที่ขอเขาเป็นแฟนได้ จริงๆ เรามาตกลงนับวันกันว่าวันนี้เป็นวันที่เราเป็นแฟนกันมากกว่า ด้วยความรู้สึกเรามันชัดเจนแล้วว่าเราเป็นแฟนกัน แต่ว่าวันที่เราตกลงคือวันที่เราเลือกกันว่าวันนี้เป็นวันที่เราคุยกันเลยเป็นจุดเริ่มต้นของวันที่เราบอกรักกันเป็นแฟนกัน”
ญาญ่า เล่าต่อว่า “ที่ไม่สามารถบอกเป็นวันได้ชัดเจน เพราะน่าจะรู้สึกว่าเพราะเราหลงรักกันก่อนที่เราจะตกลงเป็นแฟน (ญาญ่าตกหลุมรักณเดชน์ตอนไหน?) จำไม่ได้ แต่ญ่าราศีมีน รักแล้วรักเลย แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้กับทุกคน รู้สึกว่ามันมีอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องเป็นคนนี้แหละ
สิ่งที่ทำให้ประทับใจคือรู้สึกว่า energy เราตรงกันเป็นอะไรที่ลงล็อกมากๆ ถึงแม้ว่าจะมีขอบเขตเกี่ยวกับภาษาที่ช่วงแรกๆ อาจจะคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ใช้ Google translate สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าใช่ ก็คือทุกอย่างเลย ถ้าให้จิ้มอย่างเดียวมันจะไม่แฟร์กับอย่างอื่นที่ชอบด้วย (หัวเราะ) อย่างที่ทุกคนสัมผัสได้ พี่แบร์จริงใจกับตัวเองมากๆ เขาก็เลยแผ่สิ่งนี้ไปถึงคนอื่น จริงใจกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง เราเลยรู้สึกอยู่แล้วสบายใจ และเรารู้สึกเป็นตัวเองได้หนึ่งล้านเปอร์เซ็นต์
สิ่งที่ยังเหมือนเดิมในตัวพี่แบร์จนถึงทุกวันนี้ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลย (หัวเราะ) แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ is heart หัวใจของพี่แบร์ เพราะว่าเขาเป็นคนน่ารัก อย่างที่บอกเขาทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ และหัวใจเขาก็เต้นจังหวะว่า “ญาญ่า” ค่ะ”

(แล้วหัวใจของณเดชน์เต้นเป็นจังหวะไหน? ) ณเดชน์ ยอมรับว่า “หัวใจเต้นเป็นจังหวะว่า “ญาญ่า” ครับ (ต้องเรียนรู้และปรับตัวขนาดไหนถึงจะเข้ากันได้ขนาดนี้) ผมเชื่อว่าเราเรียนรู้กันและกันอยู่เรื่อยๆ ผมว่าชีวิตคู่ไม่มีอะไรตายตัวว่าใครทำอะไรชัดเจนหรืออะไรยังไงขนาดนั้น ผมว่าเราต้องคอยสังเกตกันและกัน สังเกตความรู้สึกและสังเกตตัวเราเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สิ่งที่เราคุ้นเคยหรือทำอยู่สม่ำเสมอมันเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ หรือในสิ่งใหม่ๆ ที่เรามองเห็นหรือสังเกตเห็น เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับหรือพัฒนาให้เราเดินไปในทิศทางเดียวกันอยู่เสมอ”
ญาญ่า “ช่วงเวลาที่ดิ่งมากๆ ญ่ามีความเชื่ออยู่เสมอ สำหรับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์คืออะไรที่ไม่ดีแล้วทำให้คนคนนั้นเจอ Moment ที่แย่ที่สุด เราก็ต้องสามารถรักคนที่เราเลือกที่จะเป็นแฟนด้วย ในโมเมนต์ที่เขาเติบโตและเปลี่ยนเราต้องรักในทุกเวอร์ชันของคนที่เราจะเป็นแฟนด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเจอเหตุการณ์ที่แย่มากๆ แล้วมันทำให้เราพัฒนาและเปลี่ยนเรา คนที่อยู่ข้างๆ เราต้องซัพพอร์ต และถ้าเขาเจออะไรที่ดิ่ง เราก็ต้องเป็นคนที่ช่วยผลักดันให้เขาเติบโตจากสิ่งนี้ให้ได้ เราก็จะเจอในเวอร์ชันต่างจากวันที่เจอกันในตอนแรก ที่เราเจอกันจนถึงวันนี้ อันนี้คือสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราโตไปด้วยกันได้ เจออะไรแย่ๆ ก็ยังโตไปด้วยกันได้ค่ะ”
ณเดชน์ “ในวันที่เจอปัญหา เขาอยู่ข้างผมตลอดไม่เคยทิ้งผมไปไหน ในวันที่เรารู้สึกว่าเราแย่ที่สุดเหมือนที่เขาบอก เขาก็เฝ้ารอว่าเราจะเปลี่ยนแปลงและเป็นคนที่ดีขึ้นแล้วก็พร้อมที่จะรับเรา กลับเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของเขาอีกครั้ง
คำมั่นสัญญาที่ให้กันก็มีครับ เป็นสิ่งที่เราได้พูดกันในพิธีแต่งงานที่นอร์เวย์ นั่นถือเป็นคำมั่นสัญญาที่เราได้ให้กันไว้ ไม่ว่าจะต่ำสุด หนาวสุดเย็นสุด ทุกข์สุดมีความสุขสุด เราก็ต้องจับมือกันแล้วก็กลืนกินช่วงเวลาเหล่านั้นไปด้วยกัน”
ญาญ่า “คำมั่นสัญญาที่ให้ สัญญาว่าจะเป็นเพื่อนที่ดี เป็นคู่ครองที่ดีค่ะ”
ณเดชน์ “ไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาดีอยู่แล้ว (สิ่งที่อยากบอกญาญ่าในวันนี้?) เขาสวยมาก สวยตั้งแต่ตื่นเช้า ไม่ได้มีอะไรที่จะพูดเยอะเพราะหลายๆ อย่างพูดไปหมดแล้ว วันนี้มองเขาแล้วก็รู้สึกว่าเขาสวย สามงานแล้วก็ยังไม่เคยเบื่อ (คนสวยคนนี้เป็นภรรยาคุณนะ) ใช่ครับ (หัวเราะ)
เรื่องทะเบียนสมรสเรื่องนี้เราก็คิดเหมือนกันแต่ว่ายังไม่รีบร้อนที่จดอะไรขนาดนั้น ถ้าจะจดมันมีหลายอย่างที่ต้องเตรียมตัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ สำหรับงานวันนี้ในงานก็จะมี Photo Booth ถ่ายรูปกับแขกหลายๆ ท่าน แล้วก็จะมีโชมีคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มาเป็นแขกเซอร์ไพร้ส์ งานในวันนี้เน้นปาร์ตี้เป็นหลักกินดื่มแค่นั้นครับ”

ญาญ่า “ชุดในวันนี้เหลืออีกสองชุดค่ะ ชุดที่ใส่อยู่ตอนนี้เป็นชุดที่สอง”
ณเดชน์ “ของผมก็เหลืออีกสองชุดเหมือนกันครับ สินสอดวันนี้ไม่มีครับ มีตอนที่แต่งงานที่ขอนแก่นแล้ว ก็มีให้ตามประเพณีไทยมีทั้งเงินแล้วก็ทอง สุดท้ายแล้วเราเก็บเข้าบัญชีแล้วก็เป็นบัญชีปิดเอาไว้ให้ลูก สินสอดหรือว่าเงินขวัญถุงที่ทุกคนให้ เราก็เก็บเข้าบัญชีแล้วก็ล็อกเลย กว่าจะเบิกได้อีกสองปีสามปีครับ เก็บเอาไว้ให้ลูก (ณเดชน์บอกอยากมีลูกเป็นทีมฟุตบอล) ตอนนี้ทีละคนก่อน”
(อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายก่อน?) ญาญ่า “อะไรก็ได้ค่ะ (ฮันนีมูนเมื่อไหร่?) อีกไม่กี่วันก็จะไปฮันนีมูนค่ะ (ที่ไหน?) ไม่บอก (หัวเราะ) แต่เป็นต่างประเทศค่ะ”

ณเดชน์ “ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนเพราะพี่ๆ เป็นสื่อกลางที่จะส่งต่อให้คนทั่วโลกและคนทั่วไปเขาไม่เคยเห็นเขาได้รับข้อมูลของพวกเรารอยยิ้มและบทสัมภาษณ์ทั้งภาพนิ่งแล้วก็ภาพเคลื่อนไหววิดีโอต่างๆ ผ่านทางพี่ๆ ทุกคน ผมเชื่อว่าแฟนๆ ทุกคนน่าจะอยากขอบคุณพี่สื่อมวลชนทุกคนเพราะพี่ๆ ทำให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดที่ไม่มีโอกาสได้เจอณเดชน์ ญาญ่า เขาได้เห็นและได้รับรู้ความเป็นตัวตนของพวกเรา ก็ขอบคุณพวกเขาอีกครั้งที่คอยซัพพอร์ตพวกเรา”
ญาญ่า “ญาญ่ารู้สึกว่าแรงเชียร์มันมีผลนะคะ เพราะว่าในช่วงแรกๆ เราทำงานด้วยกันบ้าง ไม่ได้ทำด้วยกันบ้าง มีบางช่วงที่ไม่ได้ทำแต่ด้วยความที่มันมีแรงเชียร์ มันก็ทำให้เรารู้สึกนึกถึงกันตลอดและทำให้เรารู้สึกจินตนาการได้ด้วย เราก็คิดตามว่ามันก็ดีเนอะ ก็ขอบคุณสำหรับแรงเชียร์เพราะมันส่งผลมากๆ ทำให้เราต่อสู้มาจนถึงทุกวันนี้”

















