กระทรวงการคลังประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยในรอบนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิทั้งหมด 9.51 ล้านราย และมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติสูงถึง 9.31 ล้านราย สำหรับประชาชนที่ตรวจผลแล้วพบว่า “ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ” สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ (อุทธรณ์) ได้ทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

กำหนดการและไทม์ไลน์สำคัญ

  • ช่วงเวลายื่นทบทวนสิทธิ: ตั้งแต่วันที่ 17–31 กรกฎาคม 2569 (เวลา 06.00–23.00 น.)
  • กำหนดการแก้ไขเอกสาร: หากมีเอกสารที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติในเวลาทำการ

ขั้นตอนการยื่นทบทวนสิทธิ 4 ช่องทาง

ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถเลือกยื่นอุทธรณ์ได้ตามช่องทางที่สะดวก ดังนี้:

ช่องทางที่ 1: ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”  

  1. เข้าแอปพลิเคชัน เป๋าตัง แล้วกดแบนเนอร์ “ตรวจสอบผล” ของโครงการ
  2. หน้าจอจะแสดงผลว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กดปุ่ม “ทบทวนสิทธิ”
  3. กรอกข้อมูลการติดต่อให้ถูกต้องครบถ้วน แล้วกด “ยืนยันการทบทวนสิทธิ”
  4. ระบบจะขึ้นหน้าต่างยืนยันคำขอ ให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งแล้วกด “ตกลง” เพื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน

ช่องทางที่ 2: ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

  1. เข้าแอปพลิเคชัน ทางรัฐ กดเมนู “บริการ” พิมพ์ค้นหา “สวัสดิการแห่งรัฐ” แล้วเลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ”
  2. ระบบจะแสดงข้อมูลสถานะการลงทะเบียน หากขึ้นว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กดปุ่ม “ผลการตรวจสอบ”
  3. ตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติที่ไม่ผ่านให้ครบถ้วน จากนั้นกรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
  4. กดปุ่ม “ยืนยันการทบทวนสิทธิ” แล้วกดยืนยันอีกครั้งในหน้าต่างยืนยันคำขอ

ช่องทางที่ 3: ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ

(เข้าเว็บไซต์ welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th)

  1. ที่หน้าหลักของเว็บไซต์ ให้คลิกเลือกเมนู “ติดตามผลการลงทะเบียน”
  2. เลือกวิธีตรวจสอบข้อมูล: วิธีที่ 1 ตรวจสอบด้วย Digital ID (ผ่านแอป ThaiID) หรือ วิธีที่ 2 กรอกเลขประจำตัวประชาชน วัน/เดือน/ปีเกิด และรหัสยืนยันตัวตนบนหน้าเว็บ จากนั้นคลิก “ตรวจสอบข้อมูล”
  3. หากระบบแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ให้คลิกปุ่ม “ผลการตรวจสอบ” เพื่อดูรายละเอียด
  4. ยืนยันตัวตนเพิ่มเติมโดยกรอกรหัส Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน แล้วกด “ยืนยันตัวตน”
  5. ตรวจสอบข้อมูลผู้ลงทะเบียนและเหตุผลที่ไม่ผ่านให้ถี่ถ้วน จากนั้นกรอกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ แล้วกด “ยืนยันการทบทวนสิทธิ”
  6. ตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยันคำขออีกครั้ง เมื่อระบบขึ้นคำว่า “สำเร็จ” ให้กดตกลง โดยประชาชนสามารถคลิกพิมพ์หรือบันทึกผลการยืนยันเก็บไว้เป็นหลักฐานได้

ช่องทางที่ 4: ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

(ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

  1. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงไปติดต่อที่สาขาของธนาคารข้างต้น เจ้าหน้าที่จะทำการ Login เข้าระบบและเสียบบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบสถานะให้
  2. หากผลปรากฏว่าไม่ผ่านเกณฑ์ หน้าจอจะแสดงรายละเอียดและหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่ทำให้ท่านไม่ผ่านสิทธิอย่างชัดเจน
  3. แจ้งความประสงค์ขออุทธรณ์กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นกรอกหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และกด “ยืนยันการทบทวนสิทธิ” เพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเข้าระบบ

ข้อควรทราบหลังยื่นทบทวนสิทธิ: หลังจากยื่นเรื่องแล้ว ระบบจะรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งไปตรวจสอบคุณสมบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนจะต้องประสานงานและดำเนินการขอแก้ไขข้อมูลที่หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้วยตนเอง ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569

แจงดราม่า “ซากรถ-โอนลอย” แล้วถูกตัดสิทธิ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากประกาศผลวันแรก มีประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมากสอบถามเข้ามาถึงกรณีถูกตัดสิทธิเนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับยานพาหนะ เช่น:

  • มีจักรยานยนต์ 2 คัน โดยคันแรกใช้งานจริง แต่อีกคันเสีย ไม่ได้ใช้งาน และไม่ได้ต่อทะเบียนแล้ว
  • ขายรถยนต์ไปนานแล้วโดยใช้วิธี “โอนลอย” แต่ผู้ซื้อยังไม่ได้ไปดำเนินการจดทะเบียนรับโอนให้ถูกต้อง
  • รถยนต์เก่าจนกลายเป็นซากรถไปแล้ว แต่ยังมีชื่อครอบครองในระบบ
  • กรณีผู้สูงอายุที่เรียนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แล้วถูกตัดสิทธิ

คลังชี้แจง: กระทรวงการคลังยอมรับว่าระบบฐานข้อมูลบางส่วนอาจมีคลาดเคลื่อน ขอให้ประชาชนที่มีปัญหาเหล่านี้นำหลักฐานเข้ามายื่นอุทธรณ์ตามช่องทางต่างๆ ได้เลย ทางกระทรวงการคลังพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อคืนสิทธิให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนและยากจนจริง ๆ โดยไม่จำกัดจำนวนสิทธิ