เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ครูทราย หญิงสาวรายนี้ โพสต์คลิปลงในติ๊กต็อก หลังต้องสูญเสียสามีอย่างกะทันหัน ทั้งที่สามีไปถึงมือแพทย์แล้ว โดยเธอเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า สามีมีอาการเจ็บร้าว ตั้งแต่นิ้วลามขึ้นมาจนถึงหน้าอกและหัวใจ มีเหงื่อแตก คนที่ทำงานสังเกตเห็นว่า สามีมีอาการเหงื่อแตกแบบนี้มาทั้งอาทิตย์แล้ว จึงรีบพาไป รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ตามสิทธิประกันสังคม

พอไปถึง รพ. พยาบาลซักประวัติและส่งไปแผนกอายุรกรรม แต่หมออายุรกรรมยังไม่ตรวจให้ โดยอ้างว่าต้องรอผลเลือดและผลคอเลสเตอรอลก่อน จากนั้นจึงถูกส่งตัวไปหาหมอกระดูก เพราะเคยมีประวัติปวดเส้นเอ็นจากการอุ้มลูก แต่สามียืนยันว่า อาการปวดครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะปวดร้าวขึ้นมาถึงหน้าอก ทำให้หมอกระดูกเริ่มสงสัยว่า อาจเป็นโรคหัวใจ ประกอบกับทราบว่าสามีตนมีภาวะไขมันสูง จึงส่งต่อไปให้หมอทั่วไป

แต่หมอทั่วไปไม่รับฟัง และปฏิเสธการรักษา และต่อว่าตน ทั้งที่ตนเล่าอาการให้ฟังอย่างละเอียด และขอร้องให้ช่วยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) แต่หมอกลับปฏิเสธ โดยบอกว่า อาการเหงื่อแตกเกิดจากอากาศร้อนหรือความวิตกกังวล และมองว่าคนไข้กลัวเข็มฉีดยา หรือแพนิคไปเอง

นอกจากนี้ หมอยังบอกอีกว่า ตนไปอ่านข้อมูลในกูเกิลหรือเอไอมากเกินไป จนคิดไปเอง และหาว่าประสาทแดก

หมอยืนยันว่า ผู้ชายวัย 30 ต้นๆ มีโอกาสเป็นโรคหัวใจแค่ 3-5% เท่านั้น และว่าถ้าคนไข้เจ็บจริงคงไม่มานั่งยิ้มอยู่แบบนี้ หมอไม่สนใจคำขอร้องต่างๆ ทั้งยังไล่กลับบ้าน และบอกสามีตนว่า ให้แยกห้องนอนกับภรรยาที่ประสาทแดก เดี๋ยวอาการจะหายไปเอง

กระทั่งกลับมาถึงบ้าน สามีตนเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตในที่สุด

ผลการชันสูตรยืนยันว่า เสียชีวิตจากอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ซึ่งเป็นโรคหัวใจจริงๆ ไม่ใช่แพนิค

ถ้าวันนั้นหมอยอมทำ EKG หรือเอกซเรย์หัวใจตามที่ขอร้อง สามีคงไม่ต้องจากไปแบบนี้ ทำไมหมอถึงไม่พยายามช่วยคนไข้เลย