วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนหลังวัดละหาร ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง รวมกว่า 10 คัน เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนภายในซอยแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ เจ้าหน้าที่ต้องลากสายดับเพลิงเข้าไปด้วยการเดินเท้า ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ทั้งชั้นเดียวและสองชั้น ปลูกติดกันอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวม 7 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยให้การปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่สาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

น.ส.วันดี นนทรักษ์ อายุ 44 ปี หนึ่งในผู้ประสบเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่เพลิงจะลุกลามมายังบ้านของตนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหลังคาบ้านอยู่ติดกัน ทำให้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง โดยเธอระบุว่า มีผู้พบเห็นชายรายหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านออกจากพื้นที่หลังเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงคำให้การของผู้ประสบเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ด้านนายเสนาะ นนทรักษ์ อายุ 66 ปี ผู้ประสบเหตุอีกคน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนเพิ่งเดินทางกลับจากโรงพยาบาล เมื่อมาถึงพบเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันดับไฟ บ้านของตนได้รับความเสียหาย 2 หลัง และบ้านของน้องชายเสียหายอีก 1 หลัง ไม่สามารถขนทรัพย์สินออกมาได้ทัน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากขณะนี้ไม่เหลือที่พักอาศัย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อผู้ที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว คือ นายวิชัย มะปูเลาะ อายุ 39 ปี เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ และรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่ามีผู้กระทำความผิด

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้ง 7 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยบุคคลที่ถูกติดตามตัวยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย จนกว่าจะมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด