4 ปีที่แล้ว โลกของฟุตบอลหยุดหมุนอยู่ภายใต้เท้าของ ลิโอเนล เมสซี เมื่อในที่สุด เขาก็คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จเสียที แม้ว่ามันจะมาบนวัยถึง 35 ปีแล้วก็ตาม

ตอนนั้น ดูเหมือนว่า คงไม่มีวิธีก้าวลงจากบัลลังก์แบบใดที่จะสมบูรณ์แบบไปกว่านี้อีกแล้ว

แต่อีก 4 ปีต่อมา เมสซี ทำสิ่งที่เหลือเชื่อกว่านั้น เมื่อเขากำลังจะพาตัวเอง และ อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน

ตอนอายุ 39 ปี
ถ้าทำสำเร็จ (หรือแม้แต่ไม่สำเร็จ) เมสซี จะขึ้นแท่นเป็นสุดยอดนักเตะเบอร์ 1 ตลอดกาลของโลกอย่างไร้ข้อแม้ เพราะสิ่งที่เขาสร้างมันเหนือกว่าคำว่าปรากฏการณ์ไปไกลลิบ

ถ้าบอกว่าเป็น “ปาฏิหาริย์” ก็คงไม่เกินเลยไปนัก แถมเป็นปาฏิหาริย์ที่เขาทำให้ดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบด้วย

จะมีนักฟุตบอลอายุ 39 ปี คนไหนอีก ที่ยังเล่นฟุตบอลในมาตรฐานสูงสุด และเป็นความหวังของคนทั้งชาติ เป็นดาวซัลโว เป็นคนแอสซิสต์สูงสุด เป็นผู้นำทีม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมได้ขนาดนี้ บอกเลยว่าไม่มีอีกแล้ว

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบเขาหรือไม่ หรือไม่ว่าวันอาทิตย์นี้ เขาจะแพ้หรือชนะ ขอให้คุณโค้งคารวะให้แก่เขา และยอมรับในความยิ่งใหญ่ของ ลิโอเนล “เดอะ คิง” เมสซี

ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ
สเปน – อาร์เจนตินา

วันที่: อาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569
เวลา: 02.00 น. (คืนวันอาทิตย์ต่อเช้าวันจันทร์)
สนาม: นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด: MONOMAX, MONOMAX SPORTS 29

ทีมชาติสเปน

“กระทิงดุ” สเปน แชมป์โลก 1 สมัย โชว์ฟอร์มสุดยอดตั้งแต่รอบแรก แม้จะเปิดสนามด้วยการเสมอกับ เคปเวิร์ด 0-0 แต่หลังจากนั้น ถล่ม ซาอุดีอาระเบีย 4-0 และเฉือน อุรุกวัย 1-0 จบด้วยการมี 7 คะแนน ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม H จากนั้นรอบ 32 ทีม ชนะ ออสเตรีย 3-0 ต่อด้วยเฉือน โปรตุเกส 1-0 ก่อนที่จะชนะ เบลเยียม ช่วงท้ายเกม 2-1 และรอบตัดเชือกชนะ ฝรั่งเศส อย่างเหนือชั้น 2-0 ทำให้พวกเขาเพิ่งเสียไปแค่ประตูเดียว และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 และลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 2

เกมนี้ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต กุนซือจอมเก๋า ไม่มีปัญหานักเตะตัวหลักเจ็บเพิ่ม แต่ นิโก วิลเลียมส์ ปีกซ้ายตัวเก่ง ยังไม่สมบูรณ์นัก ทำให้น่าจะเป็นสำรองไปก่อน โดยผู้รักษาประตูยังใช้ อูไน ซิมอน ส่วนแผงหลังยึดชุดเดิมคือ เปา กูบาซี กับ อายเมริก ลาปอร์ก เป็นคู่เซ็นเตอร์ ขณะที่แบ๊กขวาซ้ายใช้ เปโดร ปอร์โร กับ มาร์ก กูกูเรนา ตามลำดับ

แดนกลางมี โรดรี คุมเกมเหมือนเดิม ขณะที่ ฟาเบียน รุยซ์ กับ ดานี โอลโม ก็น่าจะยึดตัวจริงต่อไป ทำให้ เปดรี ต้องนั่งสำรองไปก่อน และแดนหน้ามี ลามีน ยามาล ทำเกมทางขวา อเล็กซ์ บาเอนา อยู่ทางซ้าย และหน้าเป้ายังเป็น มิเกล โอยาซาบัล

ทีมชาติอาร์เจนตินา

“ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่า คว้าชัยชนะ 3 นัดรวดในรอบแรก ประเดิมด้วยการถล่ม แอลจีเรีย 3-0 ต่อด้วยอัด ออสเตรีย 2-0 และขยี้ จอร์แดน 3-1 ก่อนที่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีม ต่อเวลาพิเศษเชือด เคปเวิร์ด สุดหืด 3-2 ต่อด้วยเฉือน อียิปต์ 3-2 และรอบ 8 ทีม ต้องต่อเวลาอีกครั้ง ก่อนเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ส่วนรอบตัดเชือกแซงเอาชนะ อังกฤษ แบบสุดระทึกใจ 2-1 ทำให้ผ่านเข้าไปลุ้นป้องกันแชมป์ และแชมป์โลกสมัยที่ 4

ลิโอเนล สกาโลนี กุนซือฟ้าขาว ไม่มีปัญหานักเตะตัวหลักเจ็บเพิ่ม จึงพร้อมจัดเต็มแน่นอน โดยมี เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เป็นผู้รักษาประตู ขณะที่แดนหลังมี คริสเตียน โรเมโร กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โดยมี นาฮูเอล โมลินา กับ นิโคลัส ตายาฟิโก เป็นแบ๊ก 2 ข้าง แดนกลางอยู่ครบทั้ง เลอันโดร ปาเรเดส, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ และ โรดริโก เดอ ปอล ส่วนแดนหน้าใช้ จูเลียน อัลวาเรซ ลงล่าตาข่ายร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี ยอดกัปตันทีม ที่ยิงไปแล้ว 8 ประตู

ความน่าจะเป็นของเกม

ในที่สุดฟุตบอลโลก 2026 ก็เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ และถือว่าได้คู่ชิงที่สมศักดิ์ศรี เพราะเป็นการเจอกันของ แชมป์โลกล่าสุดอย่าง อาร์เจนตินา และแชมป์ยูโรล่าสุดอย่าง สเปน แถมยังเป็นการปะทะกันบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ สุดยอดดาวเตะตลอดกาลอย่าง ลิโอเนล เมสซี และว่าที่ซูเปอร์สตาร์คนต่อไปของโลกอย่าง ลามีน ยามาล ซึ่งแค่นี้ก็ทำให้แฟนบอลทั้งโลกหยุดหายใจได้แล้ว

แต่ถ้าต้องวัดฟอร์มในสนาม โดยรวม สเปน ดูดีกว่า โดยเฉพาะเกมรอบตัดเชือกกับ ฝรั่งเศส ที่ท็อปฟอร์มมาก แต่ อาร์เจนตินา ก็มีทีเด็ดตรงความพิเศษของ เมสซี และหัวจิตหัวใจของนักเตะทุกคนที่พร้อมสร้างเซอร์ไพร้ส์ได้ตลอดเวลา และไม่เคยยอมแพ้ รูปเกมจึงน่าจะเป็น สเปน ครองเป็นส่วนใหญ่ และพยายามปิดไม่ให้ เมสซี ได้บอล ซึ่งพวกเขาเคยทำได้มาแล้วกับ คิลิยัน เอ็มบัปเป แต่ เมสซี ก็มักจะมีทางลงมาเอาบอล หรือเพื่อนก็ยังหาทางส่งบอลให้เขาได้เสมอ ฟ้าขาวจึงยังอันตรายตลอดเวลา

กระทิงดุจึงเจองานหินกว่ารอบตัดเชือกแน่ แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าวัดความคงเส้นคงวา ความแน่นอน การเก็บรายละเอียด รวมถึงทีเด็ดในเกมรุกจาก ยามาล และ มิเกล โอยาซาบัล ทำให้ สเปน ดูเหลื่อมกว่านิดๆ และน่าจะเฉือนชนะ พร้อมคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไปครองได้

ผลที่คาด
สเปน ชนะ อาร์เจนตินา 2-1