ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมา อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฟื้นกลับมาแข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกท่ามกลางความเสี่ยงที่สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ หลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐและอิหร่านปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา

เงินบาทยังคงอ่อนค่าลงจนถึงในช่วงปลายสัปดาห์ โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง ที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ ตามการร่วงลงของราคาทองคำในตลาดโลกที่หลุดแนว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สวนทางเงินดอลลาร์ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ออกมาค่อนข้างดี (อาทิ ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย) ซึ่งหนุนการคาดการณ์ของตลาดว่า แนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดจะยังคงเป็นแบบคุมเข้มในระยะข้างหน้าเพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.63 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 33.32 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 ก.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 13-17 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยที่ 13,677 ล้านบาท และ 657 ล้านบาท ตามลำดับ

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม ECB ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือน มิ.ย. ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับภาคการผลิตและบริการในเดือน ก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน อัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ของอังกฤษและญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูล PMI (เบื้องต้น) เดือน ก.ค. ของญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซนด้วยเช่นกัน