ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา พ.ต.ท.เฉลิมชัย ศรีทอง ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 417 (ตชด.417) จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังออกลาดตระเวนบนทางหลวงหมายเลข 4112 (ท่าชนะ–พุนพิน) ภายหลังได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า อาจมีรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ใช้ลำเลียงแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้อโตโยต้า อแวนซ่า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับมาด้วยความเร็วและมีลักษณะน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงติดตาม กระทั่งรถเสียหลักพุ่งชนตอไม้บริเวณปากซอยบ้านห้วย ซอย 2 ตำบลท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และไม่สามารถขับต่อได้

จากการตรวจสอบ พบชายสัญชาติเมียนมา อายุ 41 ปี เป็นผู้ขับขี่ และพบชาวเมียนมาอีก 8 คน แบ่งเป็นชาย 5 คน และหญิง 3 คน อยู่ภายในรถ โดยทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ได้ในขณะตรวจสอบ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถกระบะ 4 ประตูอีก 1 คัน ซึ่งเมื่อพบเจ้าหน้าที่ได้พยายามเลี้ยวเข้าซอย เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปตรวจสอบ พบชายสัญชาติเมียนมา อายุ 31 ปี เป็นผู้ขับขี่ และมีชาวเมียนมาอีก 9 คน แบ่งเป็นชาย 7 คน และหญิง 2 คน อยู่ภายในรถ ซึ่งไม่สามารถแสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่กองร้อย ตชด.417

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ขับขี่ทั้งสองรายเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยประเภทกรรมกร โดยมีนายจ้างอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ หนึ่งในผู้ขับขี่ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าชาวเมียนมาให้รับชาวเมียนมาจำนวน 17 คน จากพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ไปส่งในอำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้รับค่าจ้างเป็นรายหัว และให้การเพิ่มเติมว่าเคยรับจ้างลักษณะดังกล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม คำให้การดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลในชั้นสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่ทั้งสองรายในข้อหา ช่วยเหลือหรือซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และ เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต ส่วนชาวเมียนมาทั้ง 17 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด