นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 69 โดยในช่วง 2 วันแรก วันที่ 17–18 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติให้ความสนใจยื่นขอทบทวนสิทธิเป็นจำนวนมาก โดยจากจำนวนผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติทั้งหมด 9,314,253 คน มีผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิแล้วจำนวนทั้งสิ้น 2,760,900 คน หรือคิดเป็น 30% ของผู้ถูกตัดสิทธิทั้งหมด ขณะที่ยังเหลือผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นทบทวนสิทธิอีกจำนวน 6,553,353 คน ทั้งนี้ เมื่อแยกยอดการยื่นทบทวนสิทธิเป็นรายวัน พบว่าในวันที่ 17 ก.ค. มีผู้ยื่นสูงถึงประมาณ 2,343,000 คน และในวันที่ 18 ก.ค. มีผู้ยื่นเพิ่มเติมอีกประมาณ 418,000 คน
สำหรับช่องทางที่ประชาชนนิยมใช้ในการยื่นขอทบทวนสิทธิมากที่สุด คือ ช่องทางออนไลน์ ผ่านระบบหน้าเว็บไซต์สำหรับประชาชน ซึ่งมีผู้ใช้งานสูงถึง 1,563,511 คน หรือคิดเป็น 57% ของช่องทางทั้งหมด รองลงมาคือการยื่นผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” มี 677,501 คน และการยื่นผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐมี 422,328 คน ส่วนช่องทางออฟไลน์ผ่านหน่วยงานหรือธนาคารต่าง ๆ มีสัดส่วนรองลงมา ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 51,980 คน ธนาคารออมสิน 23,921 คน ธนาคารกรุงไทย 20,484 คน ที่เหลือหน่วยงานอื่น ๆ
ส่วนสาเหตุหรือปัญหาสำคัญที่ทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตั้งแต่แรก และต้องมายื่นอุทธรณ์นั้น ปัญหาหลักมาจากข้อกำหนดเรื่องยานพาหนะ โดยมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เกินกว่าที่โครงการกำหนดสูงถึง 1,457,796 คน หรือคิดเป็น 41% รองลงมาคือปัญหาด้านภาระหนี้สิน โดยมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และทุกบัญชีเกิน 100,000 บาท 686,385 คน หรือคิดเป็น 19% ลำดับถัดมาคือกลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิตามเงื่อนไขโครงการ 577,486 คน และกลุ่มที่มีรายได้หรือจ่ายให้บุคคลอื่นเกิน 100,000 บาทต่อปี จำนวน 424,187 คน
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่พบตามมา ได้แก่ การมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าที่โครงการกำหนด 261,293 คน การมีทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝาก หรือสลากออมทรัพย์ เกิน 100,000 บาท จำนวน 135,168 คน ปัญหาจากการมีบัตรเครดิต จำนวน 46,628 คน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังพร้อมทบทวนสิทธิให้กับทุกคนที่คิดว่าผลการคัดกรองไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และจะเร่งตรวจสอบข้อมูลการอุทธรณ์ของประชาชนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การกระจายสวัสดิการแห่งรัฐเป็นไปอย่างถูกต้องและทั่วถึงที่สุด



