วันที่ 17 ก.ค. ที่กระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาให้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพิ่มเติม ให้แก่กลุ่มที่เคยเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมแต่ไม่ผ่านเกณฑ์รอบใหม่ และกลุ่มที่เคยถือบัตรฯ แต่ไม่ได้ยืนยันสิทธิสวัสดิการฯ รวม 6 ล้านคน โดยย้ำไม่ต้องมาลงทะเบียนใหม่ แค่กดยืนยันสิทธิ โดยจะใช้สิทธิตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. 69 นี้ เดือนละ 1,000 บาท รวม 2,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
“กลุ่มที่อยู่เดิม 13.18 ล้านคน ไม่ว่าจะสมัครรอบนี้ หรือ สมัครแล้วไม่ได้รับสิทธิ ท่านก็มีสิทธิที่จะขอใช้ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่มต้นวันที่ 1 ส.ค. นี้ โดยยืนยันว่า ไม่ต้องกังวล ท่านจะต้องได้รับการดูแล โดยผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงเข้าสู่ระบบและกรอกเลขประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันรับสิทธิ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยดูแลประชาชนในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ระหว่างรอผลการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะประกาศในวันที่ 21 ก.ย. 69 ก่อนเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 ต.ค. 69”
สำหรับกลุ่มที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเดิมของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมถึงกลุ่มตกหล่นที่ไม่ผ่านการคัดกรอง เบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 อยู่แล้ว จึงไม่ต้องการให้เกิดความซ้ำซ้อน โดยกระทรวงมหาดไทยและ พม. จะลงพื้นที่สำรวจและจัดเตรียมมาตรการสวัสดิการอื่นเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป
นายวินิจ กล่าวว่า จากการเปิดลงทะเบียนที่ผ่านมา พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาหลายประเด็น โดยเฉพาะการถือครองรถยนต์ ซึ่งระบบเดิมระบุเพียงคำว่ารถยนต์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งที่ตามหลักเกณฑ์ครอบคลุมรถทุกประเภท รวมถึงผู้ถือครองรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป โดยกระทรวงการคลังจะเร่งปรับข้อความในระบบให้ชัดเจนขึ้น ส่วนกรณีผู้สูงอายุบางรายมีสถานะเป็นนักเรียนนักศึกษาในฐานข้อมูลนั้น ยังมีความคลาดเคลื่อน ทั้งจากข้อมูลเก่าที่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจากระบบหรือความผิดพลาดของข้อมูลทะเบียน
“เราคงจะไม่เอาความผิดพลาดของข้อมูลมาทำให้ประชาชนเสียสิทธิ ส่วนประเด็นอื่นๆ อยู่ระหว่างการรวบรวมและติดตามอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าเกณฑ์ที่ออกมาทำเพื่อการที่จะคัดกรอง และทำให้ผู้ที่มีความลำบากที่สุด เปราะบางที่สุด รายได้น้อยที่สุดในสังคมตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นไม่ต้องกังวลมาก อย่างไรก็จะดูแลอย่างเต็มที่”
ทั้งนี้ ยืนยันว่า กระทรวงการคลังไม่ได้กำหนดจำนวนผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้ล่วงหน้า แม้ธนาคารโลกจะประเมินสัดส่วนผู้มีความยากจนของไทยไว้ราว 12% แต่การพิจารณาจะยึดตามหลักเกณฑ์และความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ หากมีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น ก็พร้อมเสนอของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับ โดยไม่มีการจำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ
นายวินิจ กล่าวว่า กรณีติดเงื่อนไขรถยนต์ที่ซื้อมาเป็นระยะเวลานานแล้ว หรือ เก่ามากแล้ว และถูกตัดสิทธิ ยืนยันว่า กรณีที่รถมีการลงนามโอนลอยแล้ว สภาพเก่าไม่ได้ใช้นานแล้ว มีหลักฐานชัดเจน โดยจะนำปัญหามารวบรวมและพิจารณา เนื่องจากบางคนใช้รถเก่ามาก หรือ บางคนเล่นรถเก่า ยอมรับว่า ในฐานข้อมูลแยกไม่ได้ แต่หากรถไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ได้ต่อทะเบียน ถอนสภาพการใช้แล้ว ขอให้ยื่นอุทธรณ์เข้ามา
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ สามารถยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิผ่าน 5 ธนาคาร ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง และ แอปพลิเคชันทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค. นี้



