ในสมรภูมิชิงเก้าอี้ “พิทักษ์ 1” ที่เต็มไปด้วยแคนดิเดตสายบริหารและสายบู๊เชิงยุทธวิธี ยังมีอีกหนึ่งขุนพลระดับตำนานที่เปรียบเสมือนมันสมองและเขี้ยวเล็บด้านการแกะรอยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่นคือ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ หรือ “บิ๊กแมน” ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ผู้พกพาโปรไฟล์ชั้นเซียนในด้าน “งานสืบสวนสอบสวน” ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการตำรวจ

พล.ต.อ.อิทธิพล เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2512 (ปัจจุบันอายุ 57 ปี และจะเกษียณอายุราชการในปี 2572) นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 43

เบื้องหลังความเฉียบคมในการทำงาน ไม่ได้มาจากการลงพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับการหล่อหลอมจากพื้นฐานการศึกษาและการฝึกอบรมระดับสูงที่ครอบคลุมทั้งด้านอาชญาวิทยา นิติธรรม และการบริหารจัดการ ดังนี้

ระดับปริญญาตรี : รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (ตร.) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 43
ระดับปริญญาโท : สังคมศาสตร์มหาบัณฑิต (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม) มหาวิทยาลัยมหิดล
หลักสูตรเฉพาะทางระดับสากล : หลักสูตรการรวบรวมข่าวกรองหลังเหตุระเบิด ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65
หลักสูตรบริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) รุ่นที่ 24
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (หลักสูตร วตท.) รุ่นที่ 25
หลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน (บรอ.) รุ่นที่ 5
หลักสูตรบริหารงานตำรวจชั้นสูง (บตส.) รุ่นที่ 35
หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ 14
หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารมืออาชีพทางการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ รุ่นที่ 6

ด้วยอายุราชการที่ยาวนานถึง 36 ปี พล.ต.อ.อิทธิพล เติบโตมากับสายงานสืบสวนอย่างฝังรากลึก โดยเริ่มต้นชีวิตราชการในปี 2533 เป็น รอง สว.ส.สภ.อ.เชียงยืน ก่อนจะขยับเข้าสู่หน่วยสืบสวนระดับแนวหน้าอย่างกองปราบปราม และสั่งสมประสบการณ์ในหลากหลายพื้นที่ ทั้งการเป็นหัวหน้าชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ และผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต

จากนั้นผลงานได้ผลักดันให้ก้าวเข้าสู่พื้นที่เมืองหลวง เป็นแกนหลักในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไล่เรียงตั้งแต่ ผกก.สส.บก.น.8 ไปจนถึงตำแหน่งสำคัญอย่าง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) และรอง ผบช.น. ก่อนจะขยับขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสูงในฐานะผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.), ผู้ช่วย ผบ.ตร. และก้าวขึ้นเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในปัจจุบัน

สิ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.อิทธิพล เป็นที่เกรงขามในแวดวงอาชญากรรม คือการเป็นมือสืบสวนที่ปิดแฟ้มคดีประวัติศาสตร์ของไทยมานับไม่ถ้วน ในด้านคดีความมั่นคงและอาชญากรรมร้ายแรง เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการแกะรอยคดีลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (ปี 2560) จนจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศ ได้สำเร็จ รวมถึงการคลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุงในปี 2562 นอกจากนี้ ยังเป็นขุนพลนำทีมไขคดีสะเทือนขวัญ ทั้งคดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่จังหวัดกระบี่ (จับกุมบังฟัต), คดี “ผอ.กอล์ฟ” กราดยิงชิงทองลพบุรี, คดี พ.ต.ท.บรรยิน อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ไปจนถึงการลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานในโศกนาฏกรรมไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาจนนำไปสู่การดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

และปฏิบัติการไล่ล่า “เสี่ยแป้ง นาโหนด” (ปี 2566) พล.ต.อ.อิทธิพล เป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่ลงพื้นที่บัญชาการชุดปฏิบัติการพิเศษและหน่วยสืบสวน ปูพรมไล่ล่าและปิดล้อมเทือกเขาบรรทัด เพื่อกดดันนักโทษชายคดีอุกฉกรรจ์ที่หลบหนีการควบคุม ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านยุทธวิธีและการสืบสวนในภูมิประเทศที่ยากลำบาก

ไม่เพียงแต่งานอาชญากรรมทั่วไป ในด้านการปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.อิทธิพล ได้นำทีมทลายเครือข่ายใหญ่ยึดยาบ้าลอตมหึมากว่า 10.3 ล้านเม็ดที่บางพลี จับกุมแก๊ง “ดอนช่า” และสกัดการซุกซ่อนยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันยังเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินกว่า 100 ล้านบาท ทลายโรงงานผลิตยาปลุกเซ็กซ์เถื่อน และที่สร้างเสียงฮือฮาคือการเป็นแกนนำสืบสวนจับกุมขบวนการล้มบอลไทยลีก และคดีจ้างล้มมวย ซึ่งช่วยล้างบางวงการกีฬาไทยให้โปร่งใสขึ้น

พล.ต.อ.อิทธิพล ยังมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการปราบปรามอาชญากรรมระดับนโยบาย โดยเป็นคณะทำงานในศูนย์ปฏิบัติการสำคัญ ทั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ศปปง.ตร.) เพื่อสกัดกั้นท่อน้ำเลี้ยงคนร้าย นอกจากนี้ยังริเริ่มโครงการ Siam CSI Challenge เพื่อพัฒนาศักยภาพตำรวจพิสูจน์หลักฐานและนักสืบยุคใหม่ให้เทียบเท่าสากล ซึ่งความทุ่มเททั้งหมดนี้ได้รับการการันตีด้วยโล่ผู้นำองค์กรดีเด่น CEO LEADER AWARD 2017 และโล่ผลงานยอดเยี่ยมจาก ป.ป.ส.

ประสบการณ์ที่โชกโชนในการต่อจิ๊กซอว์คดีที่ซับซ้อนที่สุด ผสมผสานกับการนำนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการทำงานอย่างเป็นระบบ ทำให้ชื่อของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะเข้ามาตอบโจทย์ในการไขทุกคดีสำคัญ และมีความพร้อมสูงสุดในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เพื่อกู้ศรัทธาขององค์กรสีกากีให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง.