เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าผลการตรวจสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับการบรรจุฯ จำนวน 5,814 คน ที่พบคะแนนมีความผิดปกติ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) พิจารณาเพิกถอนการบรรจุฯ ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ว่า วันนี้ รมว.มหาดไทย มีคำสั่งแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตั้งแต่วันนี้ (16 ก.ค.) เป็นต้นไป เนื่องจากส่วนราชการดังกล่าวที่กำลังมีปัญหา ต้องมีหัวสำหรับการบริหารจัดการเรื่องนี้ให้บรรลุล่วงสำเร็จ ทำให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดความถูกต้องให้เร็วที่สุด

นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ กสถ. มีมติเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ จำนวน 5,814 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มนั้น จากที่ตนได้ปรึกษากับนายนิรัตน์ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่าต้องเพิกถอนให้เร็วที่สุด โดย กสถ. จะมีการประชุมในช่วงบ่ายของวันที่ 17 ก.ค. นี้ เพื่อที่จะมีมติเพิกถอนการบรรจุกลุ่มแรกที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จำนวน 3,621 ราย เราไม่รออะไรแล้ว อีกทั้งยังเป็นการให้ผู้ที่บริสุทธิ์ที่สอบมาได้ด้วยความถูกต้อง จำนวน 9,174 คน ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว แต่อาจถูกสังคมเหมารวมว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ได้มาพิสูจน์ตัวเอง จึงขอให้คนกลุ่มนี้อย่าทุกข์ใจ ขอให้เป็นปกติสุข เขาก็ต้องทำงานต่อไป เพราะเขาเข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ถูกต้อง โปร่งใส ดังนั้นเราต้องทำสิ่งนี้ให้กระจ่างแจ้งที่สุด ยืนยันว่าเราจะดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใสที่สุด

“เมื่อคนบริสุทธิ์ 9,174 คน ไม่ได้ถูกเพิกถอน และในวันพรุ่งนี้ หากมีมติให้มีการเพิกถอนการบรรจุกลุ่มแรกที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 3,000 กว่าคน หลังจากนั้น เราจะตรวจคะแนนใหม่ทั้งหมด เมื่อกลุ่มคนที่ถูกเพิกถอนการบรรจุไปแล้ว คนที่จะขึ้นมาใหม่ ต้องถูกนับคะแนนใหม่ทั้งหมด ทั้ง 400,000 กว่าคน เพื่อจัดลำดับใหม่ของผู้ที่สอบแข่งขันได้ ที่จะได้รับการบรรจุในลำดับถัดไป โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ขณะนี้ได้ประสานหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่ตรวจสอบคะแนนใหม่เพื่อดำเนินการแล้ว” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงมหาดไทยมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นจุดหนึ่งของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ผ่านมาพอเกิดปัญหา แล้วส่งมาให้ส่วนกลางสอบ พอส่วนกลางสอบ ยิ่งมีปัญหาเข้าไปใหญ่ ก็ต้องสังคายนาครั้งใหญ่ ตนเชื่อมั่นว่านายนิรัตน์จะบริหารเรื่องนี้ได้อย่างดี ด้วยประสบการณ์ยาวนาน มีความอาวุโสสูงสุดในกระทรวงมหาดไทย วันนี้เราต้องการความโปร่งใส ต้องการคนที่ยืนหยัดความถูกต้องมาทำงาน สำหรับผู้ที่มีความผิด กำลังถูกสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจะมีการพาดพิงไปยังบุคคลอื่นเพิ่มขึ้น ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะประกาศไปเรื่อยๆ หากมีหลักฐานชัดเจน ขณะที่คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็จะแถลงด้วย เป็นสิ่งที่จะมาประกอบกันหมด วันนี้ต้องเรียนว่าผู้ที่ผูกก็ต้องเป็นผู้แก้

เมื่อถามถึงกรณีที่จะส่งรายชื่อ 5,814 คน ให้ ก.กลาง พิจารณาเพิกถอนในวันที่ 23 ก.ค. นี้ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก.กลาง มีกำหนดประชุมอยู่แล้วในวันที่ 23 ก.ค. แต่วันนี้เราต้องเพิกถอนให้เร็วที่สุด เพราะเห็นข้อมูลเชิงประจักษ์ว่ามีความผิดปกติ คนที่ดำเนินการเรื่องนี้คือ กสถ. ที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 15 ก.ค. แล้ว รองอธิบดี สถ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กสถ. ก็ไม่ได้เสนอให้ กสถ. เพิกถอนสิ่งที่ตัวเองประกาศไป ตนจึงเสนอว่าคนที่ผูกก็ต้องแก้ ต้องรับผิดชอบ ต้องสแกนความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วย เพราะท่านเป็นคนประกาศรายชื่อเหล่านั้น ก็ต้องแก้รายชื่อเหล่านั้น

“ผมเป็นคนเสนอให้กลุ่มแรก 3,621 คน ต้องเพิกถอนการบรรจุเลย ต้องไปให้เร็วที่สุด เพราะคนที่บริสุทธิ์มันทุกข์ร้อนอยู่ คนที่เขาเข้ามาแล้วไม่รู้ว่าจะโดนหรือไม่ เป็นความกลุ้มใจที่สุด สื่อก็ยังไม่ค่อยได้พูดถึง 9,174 คน ผมก็อยากให้ความเชื่อมั่นกลุ่มคนเหล่านี้ให้ได้รับความเป็นธรรมที่สุด ส่วนกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 เราจะมีการนับคะแนนใหม่เพื่อมาจัดลำดับใหม่ทั้งหมด เพื่อดูว่าถ้าเขาคะแนนดีอยู่แล้วแล้วถูกอัพขึ้นมา พอนับคะแนนใหม่ เขาอาจจะตกมาก็ได้ แต่ว่าถ้าเขาอยู่ในกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ทางคดีอาญาถ้าสาวถึงก็จะไปถึงตัวเขาเอง ตอนนี้ถ้าเขาทำคะแนนดีอยู่แล้วอยู่ๆ มีคนไปอัพให้เขาขึ้น อยู่ๆ เราจะให้เขาตก มันต้องมีการสืบสวนและพิสูจน์กันอีก หากตรวจสอบคะแนนใหม่ แล้วมีการจัดลำดับใหม่ แล้วเสร็จคนเหล่านี้ที่ได้รับการจัดลำดับใหม่ก็จะบรรจุแทน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ด้านนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กสถ. กล่าวว่า ในขั้นตอนการตรวจนับคะแนนใหม่ขณะนี้ เนื่องจากกระดาษคำตอบข้อเท็จจริงอยู่กับ ป.ป.ช. เราก็จะตรวจสอบจากหลักฐานของ สถ.ที่มี คือจากแฟลชไดร์ฟที่มีการแสดงคำตอบทั้งสิ้นที่มีการสแกนไว้ทั้งหมด ก็จะนำมาเปรียบเทียบความแตกต่างทั้งหมด โดยจะมีคณะกรรมการในการตรวจสอบที่มีความเป็นกลางเข้ามาตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้ง 800,000 แผ่น

ขณะที่นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า สถ. จะเป็นแม่งานในการตรวจสอบ โดยอาจจะนำคนกลางที่อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยอื่นเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสเป็นธรรมที่สุดกับคนที่อยู่ในบัญชีทั้ง 400,000 คน เราต้องดูจากคะแนนดิบทั้งหมด ขณะนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ ประสานไปยังหน่วยงานกลางที่จะเข้ามาตรวจสอบแล้ว ดังนั้นในวันที่ 17 ก.ค. นี้ จะประชุมหลายเรื่อง ทั้งการเพิกถอนการบรรจุ การนับคะแนนใหม่ จะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อให้ได้หน่วยงานกลางเข้ามาร่วมนับคะแนนใหม่ ยืนยันว่าจำเป็นต้องนับใหม่ มิฉะนั้นจะคาราคาซังอยู่แบบนี้ ทุกคนก็ถามว่าจะเป็นอย่างไร จะมีการบรรจุหรือไม่ ตำแหน่งว่างทำอย่างไร ตำแหน่งว่างก็ต้องว่าง เมื่อคนมันไม่ถูกต้องเราจะให้อยู่ต่อไปมันก็ลำบาก กสถ. ในฐานะกรรมการที่เคยประกาศรายชื่อไปก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน หนีความรับผิดชอบไม่ได้

เมื่อถามถึง ขั้นตอนการดำเนินการเพิกถอนการบรรจุกลุ่มแรกจำนวน 3,621คน นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หากมีการเพิกถอนการบรรจุแล้ว จะมีการแจ้งรายชื่อไปยังแต่ละจังหวัดที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ได้รับการบรรจุว่ามีใครบ้าง เพื่อดำเนินการเพิกถอนการบรรจุ ส่วนจะต้องมีการดำเนินคดีทางอาญากับ 3,621 คน ที่ขณะนี้บรรจุเข้ารับราชการไปแล้ว และทำให้กระทรวงมหาดไทย สถ. เสียเวลา เสียงบประมาณหรือไม่นั้น ทางป.ป.ช.สอบสวนอยู่ เชื่อมั่นว่าถ้าอยู่ในความผิดต้องรับโทษทางอาญาควบคู่ ไม่มีใครหนีพ้น หากกระทำความผิด ขณะที่เรื่องเงินเดือนของทั้ง 3,621 คน จะต้องมีการพิจารณาตามพฤติกรรมว่าการดำเนินการมีบทลงโทษอย่างไร

“ยืนยันว่าจะดำเนินการตรงไปตรงมา กลุ่มบุคคล 3,621คน จะมีการประสานกับป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบว่ามีรายไหนที่รับเป็นคดีไปแล้ว หรืออยู่ในกระบวนการ ส่วนรายไหนที่ตรวจพบใหม่ก็จะประสานข้อมูลว่าจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร ส่วนรายละเอียดของทั้ง 3,621 คน พบว่าอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคไหนมากที่สุดนั้น ขอยังไม่ตอบในขณะนี้ เนื่องจากต้องไปแยกย่อยก่อน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

เมื่อถามถึง กลุ่มที่ไม่ได้มารายงานตัวจำนวน 520 คน จะถือว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามกระบวนการราชการ หากเขาไม่มารายงาน ก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในกระบวนการของเรา แต่จะถือว่ามีความผิดปกติหรือไม่อยู่ในชั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช. ตำรวจสอบสวนกลางว่า ทำไมสอบได้ถึงไม่มารายงานตัว แต่ถ้ามีเหตุผลอื่น เช่น ได้งานอื่น มันก็ตอบได้ อยู่ที่ตัวเขาเอง กสถ. จะดูเรื่องการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เมื่อมีคะแนนผิดพลาดเราต้องเลิกบรรจุ ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่มารายงานตัวมันนอกเหนือจาก กสถ.

เมื่อถามว่า ในกลุ่มของ 3,621 คน จะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ เนื่องจากปรากฏหลักฐานชัดว่าผิดปกติ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ในจำนวนนี้ เมื่อมีมติแล้ว ต้องแจ้งไปยังแต่ละจังหวัดตามที่ตนกล่าวไป จากนั้นทางจังหวัดจะแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เขาได้รับบรรจุ ส่วนที่สังคมข้องใจว่าเหตุใดไม่ประกาศรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอนผ่านสาธารณะนั้น กฎหมายบอกให้เราแจ้งไปที่จังหวัดที่เขาบรรจุ แต่สื่อมวลชนก็ต้องได้ทราบอยู่แล้วในจำนวน 3,621 คน ถึงวันนั้นก็จะได้รู้กัน

เมื่อถามว่า มีบุคคลร้องเรียนเข้ามาว่าในกระบวนการสอบสัมภาษณ์ ภาค ค. มีการกดคะแนนคนอื่นเพื่อให้ผู้ที่จ่ายเงินได้เข้าไป คณะกรรมการภาค ค. อาจรับเงินมาหรือไม่ นายสมประสงศ์ กล่าวว่า ต้องไปดูในข้อเท็จจริงในกระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

“กระทรวงมหาดไทยไม่นิ่งนอนใจ เราจะไม่ยอมเสียเกียรติภูมิ เราตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบวินัยร้ายแรงภายใน 7 วัน ไม่ใช่ตรวจสอบแค่ 5 บุคคลที่เป็นผู้บริหารระดับสูง แต่จะตรวจสอบทั้งกระบวนการว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไร เราจะเรียกมาสอบหมด เพราะเรื่องนี้อยู่ในความสนใจ ไม่มีตรงไหนที่ความสงสัยของประชาชนจะเกินกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงของทางกระทรวง เขาก็สงสัยเหมือนกัน ก็ต้องเป็นที่พึ่งประชาชน เพราะทุกคนต้องการความมั่นใจ ตนมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างจบโดยเร็ว ให้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทำงานอย่างสบายใจ ได้รู้ว่าถูกต้องเป็นธรรมที่สุด และได้รับการบรรจุต่อไป ขอให้อดใจรออีกหน่อย แต่ละวันมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและรวดเร็ว” นายอรรษิษฐ์ กล่าว.