เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกองบังคับการสอบสวน จับกุมตัว ให้สัมภาษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกองบังคับการสอบสวนจับกุมตัว จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวดร.วิน3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า ได้รับรายงานจากตำรวจแล้ว ตอนนี้ให้ตำรวจสอบสวนเบื้องต้น และดำเนินคดี พร้อมบอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องแถลงข่าวแล้ว เพราะสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้แล้ว
เมื่อถามว่าจะต้องมีการคัดกรองทีมงานของรัฐมนตรีหรือไม่ หลังพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาเคยเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวว่า ได้กำชับว่าเวลาจะแต่งตั้งใคร ให้เป็นตำแหน่งหลัก เป็นตำแหน่งรอง หรือตำแหน่งที่ปรึกษา จากนี้ไปต้องคัดกรองให้เต็มที่ โดยตนจะให้ผู้ใหญ่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีปัญหาสักคน ต้องยึดข้อมูลในขณะนั้น
เมื่อถามถึงกรณีชื่อคนที่อยู่ในกระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับแกนนำในพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายกฯ กล่าวว่า หากเกี่ยวข้องกับใคร ก็โดนหมด
เมื่อถามต่อว่า หากเป็นคนระดับแกนนำก็โดนด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ยิ่งถ้าเป็นคนของพรรคก็ไม่มีเว้น หากโดนตนหรือโดนใคร ก็ต้องจัดการตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดี
เมื่อถามต่อว่าจะต้องพิจารณาหรือสกรีนเรื่องการแต่งตั้งที่ปรึกษา หรือทีมงานของรัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สกรีนความประพฤติอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้คนในพรรคก็โดนไปหลายยกแล้ว ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะไปตอบแทนบุญคุณใคร ทุกคนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ มีตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะประชาชนเลือกมา ฉะนั้นเจ้าบุญคุณทั้งหลายในอดีต ก็ถือว่ากองไว้ตรงนั้น ไม่ต้องเอามาเป็นบุญคุณตรงนี้ เพราะว่าผมเป็นคนตั้ง ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณใคร รัฐมนตรีก็ไม่สามารถที่จะแต่งตั้งใคร ด้วยความเกรงใจ หรือเป็นหนี้บุญคุณ ก้าวหน้าจนมาเป็นถึงรัฐมนตรีแล้ว ยังมาตั้งทีมคณะทำงานที 20-30 คน บ้าแล้ว” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าไม่กังวลใช่หรือไม่ว่าแรงเหวี่ยงจะมาถึงนายกฯ นายกฯ กล่าวว่า ตนก็กังวล พวกรัฐมนตรีทั้งหลาย มาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ทำไมจะต้องมีคณะทำงาน และที่ปรึกษาอะไรเยอะแยะ ถ้าอย่างนี้ ก็ไม่ต้องเป็น



