การเสด็จเยือนประเทศไทยของ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร ผู้อุปถัมภ์องค์กร Save the Children UK เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ไม่ได้เป็นเพียงพระกรณียกิจด้านการต่างประเทศ หากยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ “การศึกษาเพื่อพัฒนาเด็ก” ซึ่งเป็นประเด็นที่นานาประเทศให้ความสำคัญร่วมกัน โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างรอบด้าน
การเสด็จครั้งนี้มี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมถวายการต้อนรับและติดตามการเยี่ยมชมกิจกรรมตลอดการเสด็จ พร้อมร่วมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการด้านเด็กและเยาวชนที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ องค์กร Save the Children และภาคีเครือข่าย ซึ่งมุ่งส่งเสริมทั้งโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กไทย
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่เจ้าหญิงแอนน์ทรงทอดพระเนตร คือ โครงการ Play for Change ซึ่งใช้ “กีฬา” เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กและเยาวชน มากกว่าการสร้างนักกีฬา แต่เป็นการสร้าง “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ การสื่อสาร การยอมรับความหลากหลาย การแก้ปัญหา และการเคารพกติกา ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในสังคมยุคใหม่
เด็กและเยาวชนกว่า 60 คน จากกรุงเทพมหานครและพื้นที่ภาคเหนือ ได้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้ผ่านกีฬาและกิจกรรมกลุ่ม โดยมี เอ็มมิล เฮสกีย์ (Emile Heskey) อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษและสโมสรลิเวอร์พูล ร่วมมอบประกาศนียบัตรและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
ในโอกาสดังกล่าว เจ้าหญิงแอนน์มีพระดำรัสว่า Save the Children ซึ่งดำเนินงานในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 เป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างองค์กร ภาครัฐ และชุมชน ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตเด็กได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทรงเน้นย้ำว่า กีฬาไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กสร้างความมั่นใจ กล้าคิด กล้าลอง เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น และเข้าใจทั้งการประสบความสำเร็จและการยอมรับความผิดหวัง
สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ การเสด็จเยือนครั้งนี้นับเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อแนวทางการพัฒนาการศึกษาที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา “คนทั้งคน” ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การเรียนรู้นอกห้องเรียน และการเสริมสร้างทักษะชีวิตควบคู่กับความรู้
ตลอดเวลากว่า 47 ปี Save the Children ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียน และชุมชนทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการถูกเลือกปฏิบัติ ผ่านโครงการด้านการศึกษา การคุ้มครองเด็ก การพัฒนาทักษะอาชีพ และการส่งเสริมสิทธิเด็ก
การเสด็จเยือนของเจ้าหญิงแอนน์ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า “การศึกษา” คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนได้รับการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและประเทศในระยะยาว.



