เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานภาค 7 เป็นประธานกรรมการสรรหา พิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ หลังมีเรื่องถูกร้องเรียนว่ามีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ายื่นหนังสือ พร้อมพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ว่า นพ.สรณ แม้จะลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราว ในตำแหน่งแพทย์ ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.-12 เม.ย. 65 โดยระบุว่า จากการรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ทั้งหลักฐานการเสียภาษี ภ.ง.ด.90 การรับเงินรายได้จากมหาวิทยาลัยมหิดล
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่า นพ.สรณ มีคนไข้ประจำ เข้าทำการรักษาทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี และเว็บไซต์ของโรงพยาบาลสมิติเวช ก็มีการระบุว่า นพ.สรณ เข้าไปตรวจทุกวันอาทิตย์ ขณะที่เว็บไซต์ โรงพยาบาลพระราม 9 ก็ระบุชัดเจนว่ามีการเข้าไปตรวจในวันเสาร์ และปัจจุบันเว็บไซต์เหล่านี้ไม่สามารถเข้าไปหาดูได้แล้ว ดังนั้น นพ.สรณ ต้องเลือกว่าอยากเป็นหมอ หรือเป็นประธาน กสทช.
นพ.สุภัทร กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังพบว่า นพ.สรณ ยังได้สมัครและได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. ในวันรุ่งขึ้น แต่ไม่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการลาออก กลับทำหนังสือขอชะลอเพื่อไปสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนว่าสามารถควบตำแหน่งได้หรือไม่ ก่อนที่จะดึงเรื่องกลับจากกฤษฎีกา ซึ่งเข้าใจว่า คณะกรรมการคงตีความไปในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ จึงรีบชิงถอนเรื่องออกมาก่อน
ต่อมา ที่รัฐสภา นายวิษณุ วรัญญู ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุม ที่มีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานภาค 7 เป็นประธาน พิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564
การกระทำที่ผ่านมาของ นพ.สรณ เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหยิบยกแต่ละเรื่องไปพิจารณาว่าจะมีผลอย่างไร จากนี้ สำนักเลขาธิการวุฒิสภา รับเรื่องนี้มาจากไหน ก็ต้องแจ้งกลับไปที่นั่น



