เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากกระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ภายหลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนและยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 4-21 มิ.ย. 2569 ปรากฏว่ามีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ จำนวน 9.51 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย
ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 12.70 ล้านราย กลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อยู่ในฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 0.74 ล้านราย และกลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจเพิ่มเติมในช่วงเปิดลงทะเบียน จำนวน 5.38 ล้านราย
สำหรับผู้ที่ได้รับผลการตรวจสอบว่า “ไม่ผ่านคุณสมบัติ” แต่เห็นว่าข้อมูลของตนไม่ถูกต้อง หรือประสงค์ให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง สามารถยื่นอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วัน นับจากวันประกาศผล ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารของรัฐ 5 แห่ง โดยผู้ยื่นอุทธรณ์จะต้องแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 ส.ค. 2569
ส่วนการยื่นอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน สามารถดำเนินการได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตามวันและเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการยื่นอุทธรณ์ผ่านระบบ
กระทรวงการคลังจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 ก.ย. 2569 ผ่านทั้ง 4 ช่องทางดังกล่าว หากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ใหม่ เนื่องจากระบบมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว ส่วนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ที่ไม่เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องยืนยันตัวตนผ่านหน่วยรับลงทะเบียนทั้ง 5 ธนาคาร หรือแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก่อน จึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ โดยหากยืนยันตัวตนล่าช้า จะได้รับสิทธิหลังจากดำเนินการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว.



