ผ่านพ้นไปแล้วเกือบ 15 วัน สำหรับปฏิบัติการค้นหา “สีส้ม” แมวพิการเพศเมีย วัย 6 ปี ที่หายไปจากขบวนรถไฟที่ 170 เส้นทางยะลา–สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยนายพีระบุญ เจริญวัย หรือ “ปุ๋ม” ประธานมูลนิธิ The Hope Thailand พร้อมด้วยทีมงานอาสา ยังคงปักหลักลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

11 วันตามหา ‘สีส้ม’ แมวพิการยังไร้เงา เจ้าของหอบของใช้ส่วนตัวให้สุนัขดมเพิ่ม

หากย้อนดูประวัติชีวิตของสีส้ม น้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาแล้วถึง 3 ครั้ง เริ่มจากครั้งที่ยังเด็กเคยตกตึก 3 ชั้นจนกระดูกร้าวแต่รักษาจนหายดี ครั้งที่สองน้องเคยหายออกจากบ้านไป 3 วัน ก่อนจะกลับมาในสภาพตาปูด ส่วนล่างเขียวช้ำและขาห้อยต่องแต่งจนกลายเป็นแมวพิการ และครั้งที่สามคือเหตุการณ์ล่าสุดที่พลัดตกจากรถไฟ

ระหว่างการค้นหา ทีมงานพบเหตุการณ์ชวนระทึกหลายครั้ง ครั้งหนึ่งนายพีระบุญและทีมงานบ้านหลังสุดท้ายของน้องจรจัด ได้ยินเสียงแมวร้อง “เหมียว” หนึ่งครั้งที่ชานชาลา 4 และ 5 เมื่อเข้าไปตรวจสอบระยะ 30 เมตร พบซากงูลอกคราบ เดินต่ออีก 10 เมตรพบอาสากำลังเฝ้าดูรอยเท้าแมวและรอยลากที่พื้น เมื่อเดินลึกเข้าไปอีกเกือบ 100 เมตร ทีมงานอีกชุดที่มาจากชานชาลาอื่นได้เดินมาบรรจบกันตรงกลางชานชาลาที่บรรยากาศเงียบวังเวง ซึ่งจุดนี้เองที่สุนัข K9 ชื่อ “แซนดี้” สัมผัสได้ถึงกลิ่นของสีส้มอย่างชัดเจนจนพยายามมุดเข้าไปในซอก

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ปริศนา เมื่อมีบุคคลลึกลับโทรศัพท์เข้ามาหาหนึ่งในทีมงาน ระบุว่าสีส้มมีกรรมติดตัวจากเหตุการณ์ครั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งเขาเอาตัวรอดมาได้ แต่ครั้งนี้เหมือนเจ้ากรรมนายเวรจะไม่ปล่อยไป ต่อมายังมีสายปริศนาโทรฯ มาอีกว่า คนที่จะช่วยสีส้มได้มีเพียงแม่ของเขาเท่านั้น ทำให้ในวันที่มีการนัดปฏิบัติการตามคำบอกของสายปริศนา ชาวบ้านที่มาช่วยต่างแยกย้ายกันกลับเหลือเพียงทีมงานหลัก โดยให้แม่ของสีส้มออกค้นหาเพียงลำพังในชานชาลาที่พบรอยเท้าและซากงู ซึ่งในขณะที่คุณยัง เจ้าของสีส้มกำลังจะมุดเข้าไป จู่ ๆ งูเห่าก็โผล่ออกมา ทำให้การค้นหาในจุดนั้นต้องยุติลงทันที

ด้านนายพีระบุญ วิเคราะห์เหตุการณ์การเจองูเห่าว่า อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สีส้มไม่อยู่ในจุดนั้นแล้ว เนื่องจากแมวมีประสาทสัมผัสไวต่อสัตว์มีพิษมาก อีกทั้งรอยเท้าที่พบในชานชาลา 4-5 ยังดูสดใหม่สอดคล้องกับคราบงูที่เพิ่งลอกใหม่เช่นกัน ส่วนรอยเท้าที่พบในชานชาลา 2-3 ซึ่งแซนดี้ K9 เคยแสดงอาการว่าได้กลิ่นนั้น เป็นจุดที่พื้นที่แคบและคนตัวเล็กเท่านั้นที่เข้าได้ ซึ่งขณะนี้ทีมงานได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดและวางกรงดักพร้อมอาหารและน้ำไว้ในจุดดังกล่าวแล้ว

แม้จะยังไม่พบตัว แต่ทีมงานยืนยันว่าตราบใดที่ยังไม่มีความจริงอื่นปรากฏ ความหวังจะยังคงอยู่และจะไม่ยุติการค้นหาเป็นอันขาด เพราะเป้าหมายคือการกอบกู้ชีวิตของสีส้มให้ได้ โดยนายพีระบุญย้ำทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่า ไม่เจอ ไม่สุด ก็ไม่หยุด และเชื่อมั่นว่าจะต้องได้พบกับสีส้มอีกครั้งอย่างแน่นอน.