เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.ว่า กมธ.พิจารณาถึงประเด็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ผู้แทนสำนักงานศาลปกครอง และผู้แทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย เข้าร่วมประชุม กมธ. สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ 1.ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประเด็นเกี่ยวกับการจ้างให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ความคืบหน้าในการตรวจสอบทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และการกำกับดูแลแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 2.ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ประเด็นเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กสถ. การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 3.ผู้แทนสำนักงานศาลปกครอง ประเด็นเกี่ยวกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีหมายเลขดำ ที่ อบ 73/2562 และคดีหมายเลขแดง ที่ อบ 342/2566
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กมธ. ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแฟลชไดร์ฟบันทึกข้อมูลที่ไม่ตรงกับกระดาษคำตอบจริงกว่า 5,000 ราย โดยมีข้อสงสัยว่ามีการแก้ไขไฟล์รายชื่อและคะแนนสอบภาค ก. ภาค ข. ให้สูงเกินจริงเพื่อช่วยให้ผู้สมัครบางกลุ่มให้สอบผ่าน และการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและบริษัทเอกชนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้รับจ้างที่มีร่องรอยการปรับแต่งไฟล์ก่อนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ประกาศรายชื่อผลสอบ สำหรับประเด็นสำคัญในวันนี้คือ รายชื่อผู้ผ่านการสอบข้าราชการท้องถิ่นที่ประกาศไปจำนวน 1.5 หมื่นกว่ารายนั้น มีคำถามว่าใครเป็นผู้นำรายชื่อนี้เข้าสู่เว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรม สถ. อย่างไรก็ตามรายชื่อของผู้สอบผ่านที่กรมฯ นำขึ้นประกาศบนเว็บไซต์นั้น เมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่าคะแนนไม่ตรงกันกับไฟล์ภาพกระดาษข้อสอบภาค ก. และภาค ข.
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า มศว เป็นผู้รับจ้าง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ว่าจ้าง โดยการนำส่งข้อมูลแฟลชไดร์ฟนั้น ระบุใน TOR ชัดเจนว่าให้ผู้รับจ้างนำส่งให้กับผู้ว่าจ้าง ซึ่งทางคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้มอบอำนาจให้ นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้รับและเมื่อรับมอบแฟลชไดร์ฟจากทั้ง 10 ศูนย์สอบทั่วประเทศมาแล้ว ก็ได้นำไปเก็บไว้ในตู้นิรภัยที่ห้องทำงานของอธิบดี ทั้งนี้ ในที่ประชุมกรรมาธิการได้สอบถามว่า ข้อมูลในแฟลชไดร์ฟที่เกี่ยวกับกระดาษของผู้เข้าสอบทุกรายทั่วประเทศประมาณ 400,000 ราย กับผลการประมวลผลคะแนนที่นำขึ้นประกาศในเว็บไซต์ของกรมท้องถิ่นนั้นตรงกันหรือไม่ ปรากฏว่า ข้อมูลในแฟลชไดร์ฟที่อยู่ในห้องของอธิบดีกับข้อมูลที่ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านนั้นข้อมูลตรงกัน ซึ่งผู้สอบผ่านได้คะแนนมากกว่าที่สอบจริง แปลว่ามีการแก้ไขคะแนนและมีการแก้ไขรายชื่อ
เมื่อถามว่า ทำไมข้อมูลไม่ตรงกันแล้วแฟลชไดร์ฟของในห้องอธิบดีฯ สรุปเป็นอย่างไร นายอาสพลธ์ กล่าวว่า มีการแก้ไขจริง จึงเป็นที่มาว่าตรงกันกับข้อเท็จจริงที่ทางผู้อำนวยการสำนักทดสอบ มศว ได้ชี้แจงในกรรมาธิการ ป.ป.ช. เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หากอยากได้ข้อมูลจริงให้ไปดูข้อมูลแฟลชไดร์ฟที่อยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. ในวันนี้ แปลว่าแฟลชไดร์ฟที่อยู่ในมือ ป.ป.ช. เป็นแฟลชไดร์ฟที่ถูกต้องที่ไม่มีการแก้ไข ส่วนแฟลชไดร์ฟที่อยู่ที่ สถ. มีการแก้ไข ซึ่งแฟลชไดร์ฟที่อยู่ที่ สถ. ข้อมูลของผู้สอบผ่านไม่ตรงกับคะแนนที่ทำจริงเพราะฉะนั้นมีการแก้ไข
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทาง สถ. และ กสถ. ชี้แจงว่าแฟลชไดร์ฟที่อยู่ในห้องอธิบดีในไฟล์นั้นจะไม่มีตราประทับรับรองของ มศว แล้วทำไมในการนำขึ้นเว็บไซต์ถึงมีตราประทับของ มศว ก็มีเจ้าหน้าที่ของกรม สถ. ที่เกี่ยวข้องคือนางสาว บ. ได้ติดต่อกับทางผู้รับจ้างในการรับส่งข้อมูลกันผ่านทาง Line และในคอมพิวเตอร์ของนางสาว บ. ที่เป็นผู้อำนวยการกลุ่มนี้ก็มีข้อมูลของผู้ที่จะนำรายชื่อที่สอบผ่านขึ้นระบบของ สถ. แปลว่าตาม TOR ที่ระบุว่าข้อมูลลับที่สุดไม่เป็นจริง ขณะที่ประเด็นความแตกต่างของข้อมูลในแฟลชไดร์ฟ มศว ในฐานะผู้รับจ้าง ยืนยันว่าแฟลชไดร์ฟ ที่อยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. เป็นฉบับต้นฉบับที่ถูกต้องและไม่มีการแก้ไข ส่วนแฟลชไดร์ฟที่อยู่กับ สถ. มีการแก้ไขข้อมูลอย่างแน่นอน เนื่องจากรายชื่อผู้ผ่านการสอบคัดเลือกมีคะแนนไม่ตรงกับไฟล์ภาพกระดาษคำตอบ
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยเรื่องตัวบุคคลผู้ทำการแก้ไขข้อมูลนั้น สัปดาห์ที่ผ่านมาทาง มศว ระบุว่า ได้นำส่งแฟลชไดร์ฟ ให้กับ สถ. เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้น สถ. จะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อ ทางมหาวิทยาลัยไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม หลังจาก สถ. รับมอบไปแล้ว ได้มีการติดต่อกลับมายัง มศว เพื่อขอให้ประทับตรามหาวิทยาลัยรับรองความถูกต้อง ซึ่ง มศว ได้ดำเนินการให้
“จุดนี้จึงกลายเป็นช่องว่างสำคัญ เพราะหลังจากแฟลชไดร์ฟ ถูกส่งถึง สถ. และนำเข้าตู้เซฟในห้องอธิบดีแล้ว ก็ไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงต้องตรวจสอบย้อนกลับไปยังอธิบดีฯ ผู้ถือครองกุญแจตู้เซฟ และรองอธิบดีฯ ที่รับผิดชอบ ว่าใครเป็นคนเปิดตู้เซฟดังกล่าว นอกจากนี้ เมื่อมีการซักถามในที่ประชุมว่าแฟลชไดร์ฟ นี้ต้องเข้ารหัสความปลอดภัยหรือไม่ ทางผู้ชี้แจงระบุว่า ไม่ต้องเข้ารหัสแต่อย่างใด เป็นเพียงแฟลชไดร์ฟธรรมดาที่เสียบเข้าคอมพิวเตอร์ก็สามารถเปิดดูและแก้ไขข้อมูลได้ทันที” ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าว
เมื่อถามว่า บุคคลที่รู้ดีที่สุดว่าแฟลชไดร์ฟในตู้เซฟของอธิบดี สถ. ถูกแก้ไขเมื่อใด และโดยใครคืออธิบดีฯ และรองอธิบดีฯ ใช่หรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ใช่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ สถ. อีก 4 ราย ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง แต่ขณะนี้ สถ. ได้ส่งทั้งคอมพิวเตอร์ และแฟลชไดร์ฟไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้ว
นายอาสพลธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่อธิบดีฯ และรองอธิบดีฯ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม กมธ. ในวันนี้ ทางผู้อำนวยการกองกฎหมาย สถ. ระบุว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกาศรายชื่อผลสอบมี 4 ราย คือ นาย ธ., นาย ป., นาย พ. และนางสาว บ. หาก กมธ. ต้องการทราบข้อเท็จจริง ควรเชิญทั้ง 4 รายนี้มาให้ข้อมูลโดยตรง ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กมธ. มีมติเชิญหน่วยงานตรวจสอบ ได้แก่ ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง., กองปราบปราม และ ปปป. มาให้ข้อมูลความคืบหน้า จากนั้นหากจำเป็นจะเชิญเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 รายมาให้ข้อมูลต่อไป



