โดยวันประชุม ครม. วันที่ 11 ส.ค. ช่วงแรกที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาตำแหน่ง นายณัฐพล รังสิตพล จากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โยกมาเป็น ปลัดกระทรวงพลังงาน เรียบร้อยแล้ว แต่วาระถัดมาการพิจารณาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เสนอชื่อ นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อายุ 54 ปี ลูกหม้อกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ทุกอย่างก็ “น่าจะลงตัว”
แต่กลับสะดุด หลังจาก “เลขาฯ ครม.” ได้ทักท้วงเรื่องเอกสาร ที่ต้องให้นายณัฐพล ปลัดกระทรวงอุตฯ คนปัจจุบัน เซ็นยินยอม ไม่ถูกแนบเข้ามาด้วย ทั้งที่ปัญหานี้ทางกระทรวงอุตฯ ได้แก้ปัญหาตั้งแต่ช่วงเช้าวันนั้น โดยปรึกษาฝ่ายกฎหมายระดับหัวแถว ยืนยันแล้วว่า รัฐมนตรีสามารถ “ทำได้” แต่ทางฝ่ายเลขาฯ ครม. ก็ยังยืนยันขอเอกสารฉบับดังกล่าวก่อน เพราะเกรงว่า จะมีปัญหาภายหลัง จึงทำให้ต้องยกหูโทรฯ ตามเอกสารจากนายณัฐพลกันจ้าละหวั่น กลางที่ประชุม ครม. ทั้งนายวราวุธ, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม, เลขากวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี สลับกันโทรฯ ต่อเนื่อง เว้นระยะแล้วโทรฯ ใหม่ ก็ยังไม่รับสาย ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมาก ที่ต้องมาเจอปัญหานี้ ทั้งที่ตกลงกันไว้หมดแล้ว!!
จนสุดท้ายที่ประชุม ครม. จึงตัดสินใจสั่งถอนวาระการแต่งตั้งปลัดกระทรวงทั้ง 2 กระทรวงออกไปให้หมด เพื่อไปเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามวิพากวิจารณ์กันอย่างหนักว่า ทำไม “ปลัดณัฐพล” ถึง “กล้า” เช่นนี้ แต่สุดท้าย “วงใน” เล่าว่า “ปลัดณัฐพล” ลืมมือถือไว้ในรถ แล้วคนขับรถขับไปทำธุระกว่าจะกลับมา แล้วตัวปลัดเองไม่ได้รับการสื่อสารอย่างเป็นทางการมาก่อนว่า ต้องมีการเซ็นเอกสารในส่วนของการเสนอปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จึงทำให้ “ไม่รู้” ซึ่งหลังจากปลัดณัฐพล ได้รับมือถือแล้ว จึงโทรฯ กลับไปทุกสาย แต่ก็ไม่มีรัฐมนตรีท่านไหนรับสาย!!
“วงใน” มองว่า เหตุผลอาจฟังแล้ว “เหลือจะเชื่อ” แต่ถ้าจริงทั้งหมดโดยสุจริต ก็ต้องถือว่า เป็นความโชคไม่ดีของปลัดณัฐพลสุดๆ ว่ากันไปแล้ว เรื่องนี้จะไม่มีการตั้งข้อสังเกตเลย ถ้าก่อนหน้านี้ไม่มีกระแสข่าวการทำงานระหว่างนายวราวุธ และนายณัฐพล ที่ค่อนข้างไม่ราบรื่น ที่ผ่านมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ เคยมีคนเล่าว่า นายวราวุธ รู้สึกงงกับการทำงานร่วมกับนายณัฐพล ทำงานมาหลายกระทรวง ก็ไม่เคยมีปัญหา ข้าราชการพร้อมซัพพอร์ตข้อมูลเต็มที่ แต่นี่อะไร ทำไมทำกันแบบนี้ ไม่เข้าใจเลย!!
ขณะที่บุคลิกการทำงานของนายณัฐพล เป็นที่รู้กันว่า เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น มีจุดยืนการทำงานเป็นตัวของตัวเองอย่างแข็งแกร่ง ถ้าตัวนายณัฐพลคิดว่า อะไรที่ไม่ถูกต้อง ก็คือไม่ถูกต้อง ต้องหาเหตุผลมาหักล้างให้ชัดเจน ถึงยอมรับ นโยบายเด่นๆ เช่น ความมุ่งมั่นในการลดการเผาอ้อย เพื่อลดฝุ่น P.M 2.5 และการเปลี่ยนผ่านพลังงานยานยนต์ น้ำมันยูโร 5 ยูโร 6
ณ เวลานี้ หลายฝ่ายก็ยังไม่รู้ว่า ทำไมการทำงานของนายวราวุธ และนายณัฐพล เดินมาถึงจุดนี้ได้ ทั้งที่นายวราวุธ เข้ามาเพียงแค่ 3 เดือน ตั้งแต่เริ่มทำงานไม่นาน ก็ส่งสัญญาณไม่ค่อยดีมาแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดขึ้นสมัย น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็น รมว.อุตสาหกรรม เช่นกัน ไม่ว่าเกิดจากแนวนโยบายการทำงาน หรือคนแวดวง หรืออะไรอย่างไร ยังไม่มีใครหาข้อสรุปได้ชัดเจน!!
สำหรับปัญหาการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้านี้ช่วงที่ นายณัฐพล จะได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวง ทางปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนเก่า ก็มองว่า มีซี 10 ท่านอื่นเหมาะสมที่จะขึ้นตำแหน่งก่อนนายณัฐพล เพราะมองว่า ณ เวลานั้นนายณัฐพล อายุ 52 ปี ยังเหลืออายุราชการอีกกว่า 8 ปี ควรให้ซี 10 ที่มีความอาวุโสที่เหลืออายุราชการประมาณ 3-4 ปีขึ้นก่อน ไม่เช่นนั้นข้าราชการที่เหลือจะหมดกำลังใจ แต่รัฐมนตรียุคนั้น ต้องการแต่งตั้งปลัดณัฐพล จึงระบุให้ปลัดคนดังกล่าว ให้เสนอชื่อข้าราชการ ซี 10 มากี่คนก็ได้ แต่ขอให้มีชื่อของนายณัฐพลมาด้วย สุดท้ายปลัดท่านนั้น ก็ต้องยอมเสนอชื่อซี 10 เข้าไปหลายชื่อ เพื่อให้รัฐมนตรีเคาะชื่อนายณัฐพล
ถามว่า แล้วตอนนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร?? ก็ต้องบอกว่า เรื่องของการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน!! เพราะวันที่ 13 ส.ค. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม มีงาน นางศุภจี เดินทางมามอบนโยบายและประชุมที่กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งนายวราวุธ ต้องมาร่วมด้วย ทำให้เป็นที่จับตาของข้าราชการว่า บรรยากาศจะ “คุกรุ่น” ระดับไหน?? แต่สุดท้ายนายณัฐพล ก็เดินเข้ามาพูดคุยกับนายวราวุธปกติ ส่วนช่วงบ่ายนายณัฐพล ก็มีงานสำคัญ ที่ภายในงานมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเอกณัฐ เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งนายณัฐพล ก็มีการเข้าไปพูดคุยปกติเช่นกัน
ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่า 2 วันหลังจากที่ประชุม ครม. ได้มีการเจรจาทำความเข้าใจกันอย่างไรบ้าง? เพราะเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจทางการฝ่ายเมืองมาก หลังจากที่ตกลงกันแล้ว แต่ทำไมยังเกิดปัญหาอีก ซึ่งการเจรจาเคลียร์สถานการณ์เรื่องนี้ ต้องถึงระดับ “ผู้มีอำนาจสูงสุด” ชี้ขาดเท่านั้น!
จึงทำให้ระหว่างนี้มีกระแสข่าวเกิดขึ้นมากมาย ไว้ว่าจะเป็นอาจต้องไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี หรือเป็นคนนอกจะแทรกเข้ามาเพิ่ม หรืออาจกลับมาพิจารณาคนในเข้ามาแทน ซึ่งการพิจารณาวาระปลัดทั้ง 2 กระทรวง วันอังคาร ที่ 18 ส.ค. ก็จะยังไม่เข้า ครม. เนื่องจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางส่วน ต้องร่วมคณะเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค. 69 อาจต้องรออีกครั้ง ในวันอังคาร ที่ 25 ส.ค. ระหว่างนี้ทุกอย่าง จึงยังมีเวลาในการเจรจาอีกระยะ
ระยะเวลา 1 สัปดาห์กว่าๆ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ซึ่งทาง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ชื่อค่อนข้างนิ่งแล้วเป็น “ภาสกร” แต่วิธีการที่จะนำเสนอเข้า ครม. หากยังต้องใช้เอกสาร แล้วหากนายณัฐพล ยังยื้อการเซ็นเอกสาร ปัญหานี้ล่าสุดทาง ครม. ก็หามีวิธีแก้ปัญหารองรับไว้แล้ว!!
ขณะที่รายชื่อปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นปัญหาอยู่ว่า ยังเป็นชื่อ “ณัฐพล” หรือไม่ เพราะขณะนี้เริ่มมีกระแสแทรกเข้ามาว่า อาจกลับไปพิจารณาลูกหม้อจากคนใน ทั้ง นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) หรือ นายวรากร พรหมโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ก็มีโอกาสเช่นกัน และยังมีชื่อใหม่เข้ามาแทรกเข้ามาล่าสุด คือ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นักบริหารระดับสูง ระดับ 11 อดีตเคยเป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ซึ่งมีความใกล้ชิดกับขั้วการเมืองปัจจุบัน
โจทย์ใหญ่ของการเมืองยุคปัจจุบัน ต้องการหาคนมา “ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน” อย่างจริงจัง ทำให้เห็นผลจริง ช่วงแรกจึงอยากเลือกใช้บริการคนนอกมากกว่าคนใน ซึ่งที่ผ่านมา นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ก็เคยได้รับการทาบทามโยกมานั่งปลัดกระทรวงพลังงานเช่นกัน แต่นายดนุชา ปฏิเสธอยากทำงานที่สภาพัฒน์มากกว่า หลังจากนั้นก็เป็นรายชื่อนายณัฐพล ซึ่งบุตรชายนายสุขวิท รังสิตพล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง และนายณัฐพล เคยทำงานร่วมกับนายเอกนัฏ มาก่อนสมัยเป็น รมว.อุตสาหกรรม
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สรุปสั้นๆ ได้ว่า นาทีนี้…อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับการเจรจากับผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐบาล สุดท้ายจะเลือกเคาะอย่างไร “ทุกคนยังมีสิทธิ” หากยังไม่มีการเคาะอย่างเป็นทางการจาก ครม.



