เมื่อวันที่ 13 ส.ค. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อน ซึ่งยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ตรวจพบมากที่สุด และสร้างความเสียหายต่อรายได้ของรัฐ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาลโดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับการสืบสวน การข่าว และการปฏิบัติการเชิงรุกในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล และข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ส่งผลให้การปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 10 เดือน (1 ต.ค. 68-31 ก.ค. 69) สามารถจับกุมคดีได้รวม 32,812 คดี คิดเป็นค่าปรับ 901.82 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 4,508.18 ล้านบาท โดยคดียาสูบยังคงเป็นประเภทสินค้าที่พบการกระทำผิดมากที่สุด จำนวน 20,160 คดี หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 61 ของคดีทั้งหมด มีค่าปรับ 609.39 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 4,376.97 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาสูบ จำนวน 4,862,367 ซอง
“จากการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สามารถตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายได้หลายคดีสำคัญในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ครอบคลุมสินค้าสรรพสามิตทุกประเภท รัฐบาลเดินหน้ามุ่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ควบคู่กับการปราบปรามการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ” น.ส.พลอยทะเล กล่าว



