วันที่ 9 พ.ย.1989 ( พ.ศ.2532 ) กำแพงเบอร์ลินพัง เพราะระบอบคอมมิวนิสต์ของเยอรมันตะวันออกล่มสลาย  ส่วนฝั่งไทย ก็มาโพสต์อวดกัน เจอกำแพงให้ทำอะไร หรือกำแพงนี่เป็นอุปมาเทียบกับอะไร  ปลุกใจว่า“จับมือทำลายฝ่าข้ามกำแพง” ไม่รู้ว่าจะปลุกวาทกรรมกำแพงไปได้ไกลแค่ไหน  กับการสู้ตามกติกา ใช้กลไกสภา กลไกกรรมาธิการ ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ไปก่อน โดยไม่ให้“ทหาร-กองเชียร์”หมดไฟทางการเมือง

ไม่ใช่หัวชนกำแพง การสู้แบบ“รื้อไปตามขั้นตอน”ทางหนึ่งคือต้องหาจุดอ่อน จุดเปราะ ซึ่งตอนนี้ “สส.ไอติม”พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ กำลังพยายามไล่หาจุดที่ทุบได้  ด้วยอาวุธ“การโกงเลือก สว.”  เห็น “ทนายอั๋น”ภัทรพงศ์ ศุภักษร เชื่อว่า คดีน่าจะเสร็จราวๆ วันที่ 24 ส.ค. ทนายอั๋นว่า กกต.จะฟ้องไม่น่าจะเกิน 15 คน และว่า ที่ว่าจะถึง 229 คนนั้นจะมีข้ออ้างหลักฐานสาวไม่ถึง อีกข้ออ้างคือ เรื่องตกลงพูดคุยโหวตใครเป็น สว.ส้มก็ทำ ไม่ใช่ฮั้ว

เชื่อได้ว่า ฝ่ายค้านและหลายๆ คนก็ประเมินว่าออกมารูปนี้ เพราะท่าที กกต.อิ๊อ๊ะดอกพิกุลจะร่วงเหลือเกินเวลาให้สัมภาษณ์  ฝ่ายค้านตั้งใจหยิบฮั้ว สว. มาเป็นจุดเปราะจุดแรกใช้ทุบกำแพง เพราะเคลื่อนไหวทุบอย่างสม่ำเสมอ ชี้พิรุธจุดสังเกต อ้างว่ามีหลักฐานที่“เชื่อได้ว่า” มีกระบวนการจ่ายเงินเพื่อให้เกิดการโกงเลือก สว. เอาคนของตัวเองเข้าดำรงตำแหน่ง เพื่อหวังผลในด้านการเลือกองค์กรอิสระ

หากผลสอบโกงเลือก สว.ออกมา แล้วเป็นไปตามกระแสที่ว่า“หลุดหมด”  ฝ่ายค้านอาจเริ่มโยนหินถามทางชุมนุม “ทลายกำแพง” โดยชี้ให้เห็นว่า การที่กลุ่มการเมืองหนึ่งกินรวบอำนาจทั้งสภาสูงสภาล่าง มีผลอย่างไรบ้าง ที่สำคัญคือมันลามไปกินรวบองค์กรอิสระ  กลายเป็นกลุ่มการเมืองลุแก่อำนาจ ต่อไปเมื่อมีการทุจริตคดโกงหรือเบียดบังทรัพยากรอะไรของคนไทย ก็จะเอาผิดไม่ได้ เพราะแทรกแซงองค์กรตรวจสอบไว้แล้ว

จากนั้น เสนอให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อรื้อล้างกติกาใหม่หมด ซึ่งจุดนี้แหละน่าสนใจว่า“จะต้องมีการชุมนุมใหญ่หรือไม่ ในรูปแบบไหน” เพราะหากไม่มีอะไรกดดัน ต่อรอง ฝ่ายพรรครัฐบาลและฝ่าย สว.ก็จะผ่านสูตรตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( สสร.) ที่ขั้วตัวเองได้เปรียบ  แต่ฝ่ายค้าน หรือภาคประชาชนที่เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องตอบคำถามข้อสำคัญคือ “เอาอย่างไร กับการที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยตีความว่า เลือกตั้ง สสร.ไม่ได้?

หากเดินหน้าต่อไป มีโอกาสถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญคว่ำได้สูง แม้จะอ้างว่า เคยปรึกษาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนมาแล้ว แต่นั่นไม่ใช่มติขององค์คณะ พรรคฝ่ายค้านควรต้องคิดถึงเรื่องสูตรตั้ง สสร.จากการเลือก ที่พอยอมรับได้ ซึ่งคงต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะ เพราะมีบทเรียนจากระบบเลือก สว. ที่บทคนจะแฮคระบบก็ทำได้หน้าตาเฉย  มีสูตรที่น่าพิจารณา คือ “ให้ขั้วฝ่ายค้าน ขั้วรัฐบาล เลือก สสร.แบบแบ่งข้างให้ชัดไปเลย”

มันเป็นสูตรที่เคยเสนอในการแก้รัฐธรรมนูญก่อนยุบสภา 20 หยิบ 1 ให้สมาชิกรัฐสภาจับกลุ่มกัน 20 คนแล้วเลือก สสร.หนึ่งคน ถ้าเอาสูตรนี้เป็นเบื้องต้น ก็ได้เสียง สสร.มาส่วนหนึ่งแล้ว จากนั้นก็ไปคิดเรื่องเสียงในการคานอำนาจกันเองระหว่างขั้ว ..แต่การจะล้างไพ่เดิมก็ไม่ใช่ง่าย เพราะ“ผู้มีอำนาจรัฐในช่วงร่างรัฐธรรมนูญ” ก็ต้องสังเกตเนื้อหาที่จะออกมาแล้วไม่กระทบกระเทือนตัวเอง

พรรคส้มเดินเกมพังกำแพงตามระบบอาจเหนื่อยหน่อย ต้องดึงประชาชนเป็นพวกให้มากเข้า.