เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกำชับกรมชลประทานเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดสถานการณ์อุทกภัย

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้รายงานว่า จากร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้หลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 10–16 ส.ค.นี้ ว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง ขณะที่ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคตะวันออกช่วงวันที่ 10–11 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ ก่อนลดลงเป็นร้อยละ 40–60 ในช่วงวันที่ 12–16 ส.ค. โดยยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน มุกดาหาร สระบุรี ร้อยเอ็ด ยโสธร นครพนม อุดรธานี พิษณุโลก และอำนาจเจริญ โดยได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สำรวจผลกระทบ และเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมเข้าช่วยเหลือในจุดเสี่ยง ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานยังติดตามปริมาณน้ำเหนือและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ขอให้ติดตามประกาศเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง หรือระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ควรเตรียมขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตรขึ้นสู่ที่สูง รวมทั้งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้า