สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่า ยูเครนมีขีปนาวุธแพทริออตที่ได้รับจากสหรัฐ เพียง 1 ใน 10 ของจำนวนที่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีของรัสเซียที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


เซเลนสกีระบุว่า หากสหรัฐจัดหาขีปนาวุธสกัดกั้นให้ยูเครนคิดเป็น 5% ของคลังที่สหรัฐมีอยู่ จะเพียงพอให้ยูเครนรับมือสถานการณ์ได้ตลอดช่วงฤดูหนาว แต่หากได้ถึง 10% จะสามารถสกัดขีปนาวุธวิถีของรัสเซียได้ทั้งหมด


ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ปีนี้ยูเครนมีขีปนาวุธสกัดกั้นเพียง 2 ใน 5 ของจำนวนที่มีเมื่อปี 2568 ขณะที่รัสเซียยิงขีปนาวุธวิถีมากขึ้นราว 2 เท่าต่อเดือน ส่งผลให้การโจมตีกรุงเคียฟรุนแรงขึ้นอย่างมาก


อนึ่ง รายงานของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ระบุว่า เดือนก.ค. ที่ผ่านมา เป็นเดือนซึ่งมีพลเรือนยูเครนเสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565 โดยประชาชนต้องเผชิญการโจมตีเกือบทุกคืน และการโจมตีครั้งใหญ่ราว 4-5 ครั้งต่อเดือน


เซเลนสกีมองว่า ความขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากสหรัฐและชาติอ่าวอาหรับใช้ขีปนาวุธจำนวนมาก รับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนพิฆาตต้นทุนต่ำของอิหร่าน


ผู้นำยูเครนยังเผยถึงความพยายามส่วนตัวในการจัดหาขีปนาวุธเพิ่มเติม โดยต้องติดต่อและเจรจากับพันธมิตรเป็นจำนวนมาก พร้อมระบุว่าบางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แม้ยืนยันว่าไม่ได้หมายถึงการดำเนินการนอกกฎหมาย


อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีแสดงความไม่มั่นใจว่า แนวคิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่จะอนุญาตให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แม้ทรัมป์เคยกล่าวถึงเรื่องนี้มาก่อน


ส่วนกระบวนการสันติภาพที่นำโดยทรัมป์ ซึ่งแทบไม่มีความคืบหน้าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนได้เสนอแนวคิดใหม่ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น แต่รัสเซียยังไม่ต้องการยุติสงคราม และแรงกดดันของนานาชาติที่มีต่อรัฐบาลมอสโกในขณะนี้ยังไม่เพียงพอ


ทั้งนี้ เซเลนสกีปฏิเสธแนวคิดที่ให้ยูเครนยอมสละดินแดนส่วนที่เหลือในภูมิภาคดอนบาส หรือภาคตะวันออกของรัสเซีย โดยย้ำว่าหลักประกันด้านความมั่นคงยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับยูเครน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS