เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ร.ต.อ.รุ่ง ปัญญา รอง สว.(สอบสวน) สภ.นครหลวง รับแจ้งเหตุรถพ่วงบรรทุกน้ำมันเครื่องใช้แล้วประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ มีน้ำมันรั่วไหลลงบนพื้นผิวการจราจร บนถนนสายเอเชีย ขาเข้า บริเวณแยกบ่อโพง หลักกิโลเมตรที่ 26 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยาประสานเจ้าหน้าที่ สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบลูกพ่วง 22 ล้อ พลิกคว่ำตะแคงและเอียงอยู่บนแบริเออร์บริเวณช่องทางขวาสุด มีน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วรั่วไหลออกมาบนพื้นถนนเป็นบริเวณกว้าง ขณะที่รถพ่วงตัวแม่จอดอยู่บริเวณไหล่ทางด้านซ้าย ห่างจากจุดเกิดเหตุไปเล็กน้อย เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลบ่อโพง พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยอยุธยา นำทรายมากั้นบริเวณที่มีน้ำมันรั่วไหล เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำมันไหลลงสู่คลองหรือแพร่กระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ

จากการตรวจสอบพบว่าสลักเชื่อมต่อระหว่างรถตัวแม่กับลูกพ่วงได้รับความเสียหายและหักขาด ส่งผลให้ลูกพ่วงหลุดออกจากตัวแม่ ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำ แขวงทางหลวงอยุธยา ได้ประสานรถเครนจำนวน 2 คัน เพื่อยกพ่วงบรรทุกน้ำมันขึ้นและเคลื่อนย้ายออก
ด้านคนขับรถพ่วง อายุ 51 ปี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถบรรทุกน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว ปริมาณประมาณ 32,000 ลิตร เดินทางจากจ.ชลบุรี เพื่อนำไปส่งลูกค้าที่จ.อ่างทอง โดยขณะเกิดเหตุขับอยู่ในช่องทางซ้ายสุด จากนั้นมีรถจักรยานยนต์ขับออกมาตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด จึงตัดสินใจหักหลบ แต่เนื่องจากเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ ส่งผลให้ลูกพ่วงหลุดออกจากสลัก เสียหลักไถลไปชนแบริเออร์และพลิกคว่ำ ส่วนรถตัวแม่สามารถควบคุมและนำเข้าจอดบริเวณข้างทางได้ โดยคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ

นางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการสอบถามคนขับเบื้องต้นทราบว่า ลูกพ่วงหลุดออกจากสลักขณะหักหลบรถจักรยานยนต์ ทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนของเหลวที่บรรทุกมาคือน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว
เจ้าหน้าที่ได้ประสานสำนักงานพลังงานจังหวัดเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำมันดังกล่าว โดยได้รับข้อมูลว่า น้ำมันเครื่องใช้แล้วมีโอกาสติดไฟค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงทั่วไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เร่งควบคุมพื้นที่และป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่วไหลแพร่กระจายออกไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ่อโพงเข้าทำความสะอาดและฉีดล้างพื้นผิวถนน ส่วนเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงเร่งซับและเก็บคราบน้ำมันออกจากพื้นผิวการจราจร เพื่อให้สามารถเปิดเส้นทางได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ามุ่งหน้านครสวรรค์ ติดขัดสะสมเป็นระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร เนื่องจากเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปิดและจำกัดช่องทางจราจรบางส่วน เพื่อเปิดพื้นที่ให้รถเครนและเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการกู้รถและทำความสะอาดคราบน้ำมัน.



