เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ภายในวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ขณะกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งขนท่อระบายน้ำลงจากรถกระบะ ก่อนนำมาวางขวางบริเวณประตูทางเข้าวัดฝั่งถนนกัลปพฤกษ์
จากภาพที่มีการเผยแพร่ พบว่าหลังจากนำท่อระบายน้ำมาปิดกั้นทางเข้าแล้ว มีหญิงรายหนึ่งพร้อมกลุ่มชายที่สวมเสื้อลายพรางคล้ายเครื่องแบบทหาร เดินเข้ามาภายในวัด พร้อมขอไม่ให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ จนเกิดการโต้เถียงกันด้วยวาจา

นอกจากนี้ ยังมีการนำป้ายประกาศมาติดไว้บริเวณพื้นที่ โดยระบุข้อความในลักษณะว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น และเตือนห้ามบุกรุกหรือเข้ามาทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมอ้างถึงโฉนดเลขที่ 61945
ในประกาศดังกล่าวยังระบุให้ผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้บุกรุก ขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินทั้งหมดออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ติดประกาศ หากพ้นกำหนด เจ้าของกรรมสิทธิ์จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา โดยระบุว่าจะไม่มีการแจ้งเตือนซ้ำอีก ทั้งนี้ ประกาศลงวันที่ 10 ส.ค. 69

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดป่าอดุลยาราม พบพระศตวรรษ พระลูกวัด ให้ข้อมูลว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเดินทางเข้ามาที่วัด ก่อนนำท่อระบายน้ำมาปิดกั้นทางเข้าออก จากนั้นนำรถผสมปูนมาเทปูนลงในท่อระบายน้ำ เพื่อทำให้ไม่สามารถเข้าออกวัดได้ตามปกติ
พระศตวรรษ กล่าวว่า ฝ่ายที่เข้ามาปิดทางได้พูดถึงกรณีที่พระเข้ามาก่อสร้างและใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นวัดมานานกว่า 30 ปี โดยแจ้งว่าจากนี้จะให้เวลา 15 วันในการออกจากพื้นที่ หากไม่ย้ายออก จะนำรถเครนเข้ามาดำเนินการปรับพื้นที่ภายในวัด
พระศตวรรษ ระบุอีกว่า ตนเพิ่งมาเป็นพระลูกวัดได้ไม่นาน แต่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับข้อพิพาทดังกล่าวมาก่อน โดยทราบว่าที่ดินมีประเด็นเกี่ยวข้องกับครอบครัวของผู้ที่เคยบริจาคที่ดินให้วัด และต่อมาทายาทของเจ้าของที่ดินต้องการทวงสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวกลับคืน
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับพระและญาติโยมที่อยู่ภายในวัด เนื่องจากการนำสิ่งของมาปิดกั้นทางเข้าออกส่งผลกระทบต่อการสัญจรเข้าออกพื้นที่วัด ขณะที่ประเด็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิทธิในการครอบครองยังเป็นข้อพิพาทที่ต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป



