เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในวัดและบันทึกเหตุการณ์ชายคนหนึ่งอ้างเป็นนักข่าวกำลังพูดคุยกับเจ้าอาวาส ว่า ผมเป็นนักข่าว มาสัมภาษณ์ เป็น บก.หนังสือพิมพ์ ผมอยากลงมาดูด้วยตัวเอง เป็นนายกสมาคมนักข่าวฯ ด้วย โดยเดินทางมาด้วยรถไฟและให้รถตุ๊กๆ มาส่งที่วัด โดยภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพการยืนพูดคุยกับเจ้าอาวาสจนถึงเวลา 07.13 น. ชายคนดังกล่าวได้ขึ้นรถตุ๊กๆ กลับออกไป

ในเวลาต่อมา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ทำการปล่อยแถวออกตรวจความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยวันนี้มี ร.ต.อ.อนุภาพ ทุมมณี รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุด

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ในช่วงที่พระสงฆ์ในวัดออกบิณฑบาต ได้มีชายไม่ทราบชื่อ นั่งรถตุ๊กๆ เข้ามาในวัด และมาเรียกเจ้าอาวาสที่ประตูทางเข้ากุฏิ อ้างตัวว่าเป็นนักข่าว มาทำข่าวเรื่องวัด เพราะเป็นห่วงวัด แต่เจ้าอาวาสไม่เปิดประตูให้ เพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับชีวิต เพราะเคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วในปี 2562 โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยไว้ทัน

“ตอนนี้ยังห่วงในเรื่องของความปลอดภัยของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วง 05.00-06.00 น. คือในช่วงที่พระสงฆ์ออกบิณฑบาต และช่วงเย็น 17.00-18.00 น. ในช่วงทำวัตร ซึ่งเป็นที่กังวล เพราะเคยมีกลุ่มคนเข้ามาล้อมกุฏิในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเกรงว่าจะมีการเข้ามาลอบทำร้ายอีกก็เป็นได้ จึงฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลภายในวัดตลอด 24 ชม.”

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวต่อว่า ได้หารือกับคณะกรรมการวัดและลูกศิษย์ว่าจะทำประตู ปิดประตูทางเข้า-ออกวัด ตอนเย็นถึงกลางคืน จะทำการปิดประตูเข้าออก ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาในยามวิกาลเด็ดขาด

ขณะที่ ร.ต.อ.อนุภาพ ทุมมณี รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น หัวหน้าชุดสายตรวจ สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นที่วัดป่าอดุลยาราม ผู้บังคับบัญชาก็สั่งการให้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น มาติดตู้แดงในวัดและติดกล้องวงจรปิดในวัดหลายจุด ทั้งยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เข้ามาตรวจในวัดตลอด 24 ชม. เพื่อป้องกันบุคคลที่อาจจะมาก่อเหตุความไม่สงบในวัดป่าอดุลยารามได้

นายไล ขันทอง อายุ 58 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้วัด กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่เข้ามาช่วยเหลือ เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความกังวลในเรื่องของกลุ่มคนที่อาจจะมาสร้างความไม่สงบขึ้นอีก เพราะเหตุการณ์การสร้างสถานการณ์ในวัดในเรื่องต่างๆ ทั้งการกลั่นแกล้งเรื่องยาเสพติด เรื่องผู้หญิงและเรื่องต่างๆ อาจจะเกิดขึ้นมาอีก เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว มาสร้างสถานการณ์แล้วก็ห่างหายไปเป็นเดือน เป็นปี แล้วก็กลับมาทำใหม่อีก ซึ่งก็เป็นการกระทำของคนกลุ่มเดียว คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องเอาที่ดินวัด

ในขณะที่พระศตวรรษ กันตะสีโร อายุ 54 ปี พระเลขา เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมา มีความเครียดมากจากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนมาปิดทางเข้าออกวัด แต่พระสงฆ์ก็ยังปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความเรียบร้อยในวัด จึงไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำ

“ขณะนี้รู้สึกสบายใจแล้ว และวัดก็สงบแล้ว อาจจะมีในเรื่องของรถยนต์ที่เข้าออกวัด ที่ไม่ใช่รถยนต์ของคนที่มาก่อความเดือดร้อนให้วัด จึงไม่ได้วิตกกังวลอะไร และตั้งแต่บวชพระและมาเป็นเลขาเจ้าอาวาสวัด ก็พอรู้เรื่องที่มีคนเรียกร้องเอาที่ดินวัดอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ห่วงแต่สุขภาพของท่านเจ้าอาวาส จึงดูแลท่านอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้รู้สึกอุ่นใจ ที่มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหลายฝ่าย เข้ามาดูแลในเรื่องต่างๆ เชื่อว่าจะจบลงด้วยดี”