เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ที่ผ่านมาใช้ชีวิตในลักษณะนี้มานานกว่า 20 ปี โดยช่วงเริ่มต้นต่อสู้เรื่องดังกล่าวไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมีอายุมากขึ้น ก็เริ่มรู้สึกท้อแท้และเหนื่อย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีญาติโยมหลายคนเข้ามาให้กำลังใจ วันนี้ไม่อยากให้ทุกคนเครียดกับเรื่องดังกล่าว เพราะกระบวนการต่าง ๆ ได้ผ่านมาหมดแล้ว และคำร้องทั้งหมดถูกยกไปแล้ว พร้อมขอบคุณและเจริญพรญาติโยมที่ให้กำลังใจ และขอส่งกำลังใจกลับไปให้เช่นเดียวกัน
สำหรับเรื่องคดี เจ้าอาวาสระบุว่าไม่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากผ่านศาลมาแล้ว 5 ศาล และศาลยกคำร้องทั้งหมด เหลือศาลฎีกาอีกเพียงศาลเดียวเท่านั้น
“โฉนดที่ดินจำนวน 21 ไร่ ตัวจริงยังอยู่กับหลวงพ่อและไม่ได้สูญหาย แต่ไม่สามารถนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ เนื่องจากทีมทนายความแจ้งว่าให้ใช้สำเนาโฉนดแสดงต่อสื่อมวลชนเท่านั้น ส่วนโฉนดฉบับจริงให้ใช้สำหรับการดำเนินการในชั้นศาล โดยยืนยันว่าเอกสารตัวจริงยังอยู่ และความคืบหน้าการยื่นคัดค้านการออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่ ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ทายาทดำเนินการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการยื่นคัดค้านต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นจะเป็นผู้ดำเนินการและพาหลวงพ่อไปยื่นคัดค้านตามความประสงค์”

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปหาป้าดา ถึงประเด็นความสัมพันธ์ทางเครือญาติ โดยป้าดาบอกเพียงว่า เป็นญาติของนางนาง พิมพ์ศรี ซึ่งเป็นภรรยาของนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยท่านเสียชีวิตไปแล้ว และไม่ต้องการให้มีการพูดถึงคุณตาทวดและคุณยายทวดอีก ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา มีเพียงตนเองที่ต้องดูแลทรัพย์สินที่ดินผืนดังกล่าว รวมถึงดูแลญาติ ๆ ด้วย
“ต้นตระกูลทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และหากนำลูกหลานของนายเฮียงมารวมกันจะมีจำนวนเป็นพันคน โดยนายเฮียงมีลูกทั้งหมด 9 คน ขณะที่น้องสาวของนางนาง พิมพ์ศรี ภรรยาของนายเฮียง มีศักดิ์เป็นยายของตนเอง ตนจึงมีศักดิ์เป็นเหลนแท้ของตาทวดเฮียงและคุณยายทวดนาง หรือคุณยายทวดน้อย โดยจะเรียกว่าตาทวดกับยายทวด และบุคคลดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว จึงไม่ต้องการให้มีการขุดเรื่องในอดีตขึ้นมา โดยเห็นว่าควรหันไปตรวจสอบเรื่องทรัพย์สินในปัจจุบันว่าใครโกงใครมากกว่า”
ป้าดาบอกต่อว่า กรณีที่มีผู้ใช้โซเชียลกล่าวหาว่า ตนเองไม่ใช่หลาน โดยถามกลับด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “แล้วจะมาเป็นหลานแทนฉันหรือไงวะ ไอ้พวกนี้” โดยขณะนี้ฝ่ายของตนถูกโกงจนเอียนแล้ว และฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าอย่าให้ความสนใจกับคำพูดของพวกปากหอยปากปูมากนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สรุปลำดับเครือญาติป้าดา กรณีข้อพิพาทสร้างวัดป่าอดุลยาราม โฉนดเนื้อที่ 21 ไร่
นายเฮียง พิมพ์ศรี (ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์) สมรสกับนางนาง หรือนางน้อย พิมพ์ศรี มีบุตรธิดา 9 คน (รุ่นลูก)
รุ่นหลาน (ไม่ทราบจำนวน) 1 ในนั้นคือ นางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดก [พี่สาวป้าดา]
ป้าดา (รุ่นหลาน ไม่ทราบจำนวน) เรียกตาเฮียง ยายนาง เป็นญาติทางฝั่งนางนาง หรือนางน้อย พิมพ์ศรี ภรรยาของนายเฮียง พิมพ์ศรี ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน
น้องสาวนางนางเป็นยายป้าดา ป้าดาจึงเรียกเมียตาเฮียงว่ายายเช่นเดียวกัน
สรุปแล้ว ป้าดาไม่ใช่ทายาทโดยสันดาน แต่เป็นเครือญาติทางฝั่งนางน้อย ภรรยานายเฮียง เป็นชาว จ.ร้อยเอ็ด ไปแต่งงานมีสามีที่กรุงเทพฯ และทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ญาติ ๆ จึงไว้ใจมอบหมายให้ป้าดาเป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว



