สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตรวมแล้วถึง 33 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมากตามที่เป็นข่าว และท่ามกลางความสูญเสียนี้ สังคมได้มีการตั้งคำถามและเกิดข้อถกเถียงว่า “เหตุใดรัฐจึงต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้เยียวยาผู้ประสบภัย” นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า หลักการสำคัญประการแรก เมื่อมีการกระทำผิดและเกิดความเสียหาย ผู้ที่กระทำความผิดต้องเป็นผู้ชดใช้ความเสียหาย จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและชดใช้ความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบตลอดจนครอบครัวอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น และหลักการที่สอง คือ หลักหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐมีหน้าที่จะต้องดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนภายใต้รัฐ รวมทั้งรัฐธรรมนูญได้ระบุว่าบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ หรือจากการกระทำความผิดอาญาของบุคคลอื่น ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จึงมีหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของเหยื่ออาชญากรรมที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยกรณีเสียชีวิต จะจ่ายค่าตอบแทน รายละ 300,000 บาท ให้แก่ทายาทโดยชอบธรรม ส่วนกรณีบาดเจ็บ จะชดเชยค่ารักษาพยาบาลตามจ่ายจริงไม่เกิน 80,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 50,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดที่ทำงาน ไม่เกิน 1 ปี ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าตอบแทนความพิการทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท
สำหรับประชาชนและครอบครัวผู้เสียหาย สามารถขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ได้ที่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่เกิดเหตุ หรือติดต่อที่ สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 (ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง).



