กลายเป็นวาระแห่งชาติในโลกออนไลน์ทันที หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาท “ทนายจิตตรี” จากซีรีส์สุดฮอต “ทนายปีศาจ” ทาง Netflix ที่นำแสดงโดยตัวแม่มากฝีมือ “หญิง-รฐา โพธิ์งาม” โดยมีชาวเน็ตบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตและจับผิดว่าหน้าผากของทนายจิตตรีขยับไม่ได้จนแสดงสีหน้าได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ล่าสุด หญิง รฐา ได้ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดทุกประเด็นดราม่า หลังจบการซ้อมมิวสิคัลสุดแซ่บแห่งปี “เมืองมารยา” ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ชั้น 4 เอสพลานาด รัชดา พร้อมเผยอาการต่อมน้ำลายอักเสบ ว่า


“ตอนนั้นมาเริ่มซ้อมเมืองมายาค่ะ แล้วก็เริ่มที่จะกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ รู้สึกว่ากลืนข้าวก็เริ่มเจ็บคอ ก็เอ๊ะเป็นอะไร ช่วงซ้อมประมาณวีคแรกๆ เพราะว่าหญิงนอน 22:00 น. ตลอด แล้วหญิงตื่น 06:30 น. เพื่อตื่นมาวิ่งหรือทำกิจกรรม พอมาซ้อม 23:30 น. เลิก กว่าจะได้นอนเกือบเที่ยงคืนตีหนึ่ง แต่หญิงก็ยังตื่น 06:30 น. เหมือนเดิม เพราะมันเหมือนเป็นรูทีนของเราแล้ว มันเลยทำให้การพักผ่อนน้อยลง บวกกับช่วงวีคแรกๆ มันซ้อมร้องเยอะ มันก็เลยทำให้เหมือนต่อมน้ำลายเราอักเสบ พอต่อมน้ำลายอักเสบมันก็ไปเชื่อมกับต่อมน้ำเหลือง แต่เป็นความโชคดีที่เป็นคนขี้นอยด์ เจ็บนิดเจ็บหน่อยคือจะไปหาหมอเลย ก็ได้รับการตรวจ หมอบอกว่าอาจจะดื่มน้ำน้อย อาจจะใช้เสียงเยอะ แล้วเป็นจังหวะที่เราดื่มน้ำน้อย พวกช่องปากของเรามันเป็นเรื่องของความสกปรกอยู่แล้ว เรากินอาหาร มีแบคทีเรีย มีอะไรอยู่ตลอดเวลา คราวนี้พอน้ำลายมันเข้าไปในต่อมน้ำลายแล้วมันอาจจะขจัดออกมาได้ไม่หมด เพราะเราอาจจะดื่มน้ำน้อยหรือใช้เสียงเยอะ มันก็เลยทำให้เกิดการอักเสบจากแบคทีเรียจากอาหารที่มันยังไม่ขับออกมา ช่วงนั้นก็ต้องกินน้ำมะนาว กินอะไรเปรี้ยวๆ ให้ต่อมน้ำลายมันขับออกมา แล้วก็ทานยา นี่เพิ่งหยุดยาไปได้ 2 วัน เพราะต้องทานยาฆ่าเชื้อให้ครบ 10 วัน ก็ดีขึ้นแล้ว หายขาดแล้วค่ะ แต่ว่าตอนนี้ก็มาต่อสู้กับการนอนของตัวเองต่อไป กระทบกับอาชีพก็นิดนึง เพราะว่าเอาจริงๆ มันมีผลเพราะเวลาร้องคือเวลามันบวม มันไปถึงกราม ไปถึงหน้า เพราะมันเป็นเส้นประสาทบริเวณนี้หมดเลย การอ้าปากหรืออะไรมันเหมือนตึง ไม่ค่อยสบายตัว แต่ว่าก็โชคดีที่ทานยาเร็วไปหาหมอเร็วช่วงวีคแรกๆ”

“เรื่องโบท็อกซ์คือทำมาตลอดชีวิตนั่นแหละ แล้วช่วงหลังหญิงทำน้อยลงด้วย หญิงว่ามันคงมีเรื่องของพังผืดบ้าง อะไรบ้าง ที่มันอาจจะแก้ยากนิดนึง แต่ว่าใดๆ เราก็น้อมรับในคำวิพากษ์วิจารณ์นะคะ แต่ในเวลาเดียวกันเราก็ดูส่วนมากส่วนน้อยแหละ ว่าถ้ามันไม่ได้กระทบกับการแสดง คนดูยังรู้สึกและอินกับการแสดงเรา มันอาจจะไม่ได้เป็นผลกระทบขนาดนั้น แต่ถามว่ามีแพลนอยากจะแก้ไขไหม มันก็มีนะ เพราะไอ้ที่เราฉีดไปมันก็เป็นเจเนอเรชั่นสัก 20 ปีที่แล้ว บางทีก็อยากลบล้างเหมือนกัน แต่ยังไม่มีเวลาจริงๆ ก็อาจจะเป็นแพลนในอนาคต”

“ในพาร์ตของการแสดงที่มีคนวิเคราะห์วิจารณ์มาสำหรับหญิง หญิงรู้สึกว่าการแสดงมันคือการมาจากข้างใน มันอาจจะร่วมด้วยกับการขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าค่ะ แต่มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราส่งตัวละครหรือความรู้สึกได้จากอารมณ์ข้างในแล้ว บางทีการแสดงสีหน้ามากเกินไปมันอาจจะทำให้ตัวละคร โดยเฉพาะทนายจิตตรี ไม่ใช่ตัวละครที่เราคิดไว้ เพราะตัวละครตัวนี้ค่อนข้างมีความเก็บซ่อนอารมณ์นิดนึง มีความนิ่งๆ ในใบหน้า สื่อสารด้วยแววตาแล้วก็สื่อสารด้วยอารมณ์จากความรู้สึกภายใน แต่ถ้าเป็นเจ๊ออยอาจจะมีผล แต่อันนี้ก็ยังได้อยู่”

(ตกลงว่าเจ๊ออยกับทนายจิตตรี หัตถการเดียวกันไหม?)หัตถการเดียวกันเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่เจ๊ออยยังไปได้ทั้งหน้าอยู่ เพียงแต่ว่าจิตตรีอาจจะเล่นจากข้างในมากกว่า เจ๊ออยเขาจะเป็นคนที่โอเพ่นมากกว่า เหมือนถ้าพูดถึงจักระ จิตตรีเนี่ยจะใช้จักระเรื่องของฮาร์ตจักระค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเจ๊ออยเนี่ยอาจจะมีบริเวณใบหน้า หรือว่าอะไรในการพูดหรือเปล่งเสียงมากกว่า งงมากเหมือนกันที่ถูกพูดถึง แต่หญิงก็เข้าใจหมดเลย เพราะมันเริ่มจากมีคนสงสัย แล้วมันก็ขยายความต่อไป แล้วมันดันเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจ ว่าทุกคนก็ทำหัตถการกันทุกคน ก็ขอบคุณทุกคนที่มาซัพพอร์ต หญิงค่อนข้างแข็งแรงในความรู้สึกตัวเอง และรู้สึกว่าในการทำงานผลงานมันก็ได้บ่งชี้ของมันในกลุ่มคนกลุ่มนึง แต่ถ้าถามว่าในอนาคตอยากจะแก้ไขไหม มีอยู่แล้ว เราก็อยากจะแก้ไข เพราะอะไรที่มันอยู่ในหน้าเรามาเกิน 20 ปี หรืออยู่ในตัวเรามาเกิน 15-20 ปี เราก็ต้องแก้ไขอยู่แล้ว

“จริงๆ การแสดงมันคือ ตามที่หญิงเข้าใจและเรียนมา การแสดงมันคือความรู้สึกของตัวละคร ซึ่งคลื่นความถี่พวกนี้ กล้องวิดีโอ กล้องทุกอย่างจับได้ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราดูแล้วเรารู้สึก แปลว่ากล้องพวกนี้มันจับความรู้สึกของคนเล่นได้ หญิงก็ยังเชื่ออยู่ว่าการแสดงมันคืออินเนอร์และความเข้าใจตัวละคร มากกว่าที่จะเป็นการแสดงสีหน้าหรือท่าทาง คือมันอาจจะมาควบคู่กันได้ แต่ว่าภาษากายหรือกล้ามเนื้อบนใบหน้ามันจะมาก็ต่อเมื่อเรารู้สึก ถ้าเราไม่รู้สึกแต่เราแสดงไป ยังไงก็ไม่รู้สึก”

“ตอนที่เห็นคอมเมนต์ที่หลายคนออกมาปกป้องเรา เรื่องการขยับหน้าผาก ถ้าให้ตอบจริงๆ เขาจะหาว่าหญิงกวนไหม คนเดียวในประเทศไทยที่เห็นว่าขยับหน้าผากได้คือลุงเทพ โพธิ์งามเท่านั้นเลยจริงๆ เทพ โพธิ์งามเท่านั้น ที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก ตอนเขาเล่นเป็นตลกคาเฟ่ก็เห็นว่าเขาขยับหน้าผากได้ ไม่เคยเห็นนักแสดงคนไหนขยับหน้าผากได้ เทพ โพธิ์งามคนเดียวที่ขยับได้ ลุงเทพเขาขยับได้จริงๆ ขยับหน้าหลังได้เลย”

“ที่ว่าจะเอาส่วนที่อยู่มา 20 ปีออก คือแพลนค่ะ เพราะพอมันอยู่นานๆ มันก็เป็นพังผืด หญิงว่าความรู้สึกของคนที่รู้สึกว่ามันแข็ง มันไม่ได้แข็งจากการทำหัตถการหรอก มันอาจจะแข็งจากพังผืดบริเวณที่มันสะสม ก็อาจจะถ้ามีเวลาก็อาจจะไปเคลียร์มันออก (จริงๆ มันมีผลกับการใช้ชีวิตไหม?) จริงๆ มันมีเรื่องของไลต์ติ้งนะ หญิงว่าบางทีกองจัดไลต์ติ้งไม่ดีมันก็จะเห็นร่องรอย หญิงคอนเซิร์นเรื่องนั้นมากกว่าด้วยซ้ำ เวลาที่ไลต์ติ้งจัดมาแล้วมันเห็นก้อนใต้ตาหรืออะไร เราก็รู้สึกเอง ก็คิดว่าอนาคตก็อาจจะไปเคลียร์มันเอา ก็อีกวัยหนึ่งไง จิตตรี ซีซั่น 2 อายุ 50 (หัวเราะ) (ก็ยังเหมือนเดิม?) ไม่รู้ๆ แต่ ณ ตอนนี้ยังทำไม่ได้ค่ะ ยังมีงานอยู่ (เราแพลนไว้แล้ว?) ก็คิดไว้ว่าอนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแก้ไข (ให้เอเจนซี่เข้ามาได้เลย?) ตอนนี้ยังไม่ได้ ต้องทำงานก่อน จริงๆ ตอนนี้ก็มาเยอะมาก ตั้งแต่มีข่าวขยับหน้าผากไม่ได้ มากันเต็มเลยทั้งในไทยทั้งต่างประเทศ”