ช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา วัดติรุปติ ในรัฐอานธรประเทศ ทางตอนใต้ของอินเดีย มอบขนมหวานทรงกลมที่เรียกว่า “ลาดู” ให้แก่ผู้ศรัทธาที่มาเยือน ซึ่งนายเอ็มเค จากาดิช เจ้าหน้าที่สหกรณ์โคนมของรัฐ กล่าวว่า วัดแห่งนี้ใช้เงินประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 33 ล้านบาท) เพื่อเนยกี หรือเนยใส สำหรับทอดลาดูเพียงอย่างเดียว
แต่เมื่อเดือนที่แล้ว นายเอ็น จันทรบาบู ไนดู มุขมนตรีคนใหม่ของรัฐอานธรประเทศ ซึ่งเป็นชาวฮินดู กล่าวหามุขมนตรีคนก่อนหน้าที่เป็นชาวคริสต์ ว่าอนุญาตให้วัดติรุปติ ทำขนมลาดูโดยใช้เนยใสที่เจือปนไขมันสัตว์ชนิดอื่น ๆ ทั้งที่ผู้ศรัทธาส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ ส่งผลให้เกิดคำถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้
กรณีขนมหวานของวัดแสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมอาหารของอินเดีย ถูกทำให้เป็นเรื่องการเมืองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ การที่ชาวฮินดูส่วนใหญ่ถือว่า วัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งหลายรัฐในอินเดียยังแบนการฆ่าวัว และกำหนดให้การขนส่งเนื้อวัวเป็นความผิดที่มีโทษตามกฎหมาย
ในบางรัฐ แม้แต่การทำอาหารจากไข่ไก่ ก็เรียกเสียงประณามได้เช่นกัน และร้านอาหารหลายแห่งถูกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับการผสมอาหารมังสวิรัติ กับอาหารที่ไม่ใช่มังสวิรัติ ขณะที่บางรัฐออกคำสั่งให้เจ้าของแผงขายอาหาร ระบุชื่อเมนูให้ชัดเจน เพื่อทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงศาสนาและวรรณะของตนเอง
แม้ความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมที่มีต่ออาหาร ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในอินเดีย แต่การทำให้อาหารเป็นเรื่องการเมือง เริ่มแพร่หลายมากขึ้นพร้อมกับกระแสชาตินิยมฮินดู ภายใต้การปกครองของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับมังสวิรัติและการปกป้องวัว กลายเป็นส่วนสำคัญของวาทกรรมทางการเมือง
สำหรับกรณีของขนมลาดู ไนดูยื่นข้อกล่าวหาของเขาต่อศาลฎีกาอินเดีย ทว่าในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลวิพากษ์วิจารณ์ว่า เขากล่าวอ้างโดยไม่มีผลการทดสอบตัวอย่างเนยใสที่ชัดเจนจากห้องปฏิบัติการ พร้อมกับตำหนิว่า ไม่ควรนำศาสนาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ทั้งนี้ ผู้สันทัดกรณีบางคนกล่าวว่า นิสัยในการรับประทานอาหาร และชนชั้นทางสังคมในวัฒนธรรมอินเดีย ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เนื่องจากวรรณะเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดตั้งแต่ที่ชาวอินเดียเกิดมา และอาหารในแต่ละวรรณะ ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน
ปัจจุบัน ประชากรในอินเดียมากกว่าครึ่งหนึ่ง บริโภคเนื้อสัตว์ โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้อไก่ และเนื้อปลา กระนั้น รัฐบาลในหลายรัฐทั่วประเทศ ยังคงส่งเสริมการรับประทานอาหารมังสวิรัติ
อนึ่ง พรรคภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) ของโมดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากวรรณะสูงมาโดยตลอด นำเสนอแนวคิดเรื่อง “มังสวิรัติบริสุทธิ์” ในฐานะอุดมการณ์ชาตินิยม นับตั้งแต่พรรคขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2557
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความพยายามผลักดันแนวคิดข้างต้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างอัตลักษณ์ฮินดูแบบองค์รวมที่ปกปิดการแบ่งแยกชนชั้นวรรณะ และผู้ที่ไม่เห็นชอบ ไม่ปฏิบัติตาม หรือตั้งคำถามต่อแนวคิด “ความบริสุทธิ์ของอาหาร” เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ชาวมุสลิม ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยทางศาสนา, ชุมชนวรรณะต่ำ และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่างถูกโจมตีมากขึ้นเรื่อย ๆ.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



