ประเทศไทยกำลังตกเป็นเป้าสายตาและถูกจับตามองจากประชาคมโลกอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง หลังเกิดกรณีอื้อฉาวระดับนานาชาติ เมื่อปรากฏข่าวครึกโครมว่ามีขบวนการลักลอบขนส่งยาเสพติด ทั้งในรูปแบบการซุกซ่อนไปกับสัมภาระของผู้เดินทาง เครือข่ายรับหิ้ว ตลอดจนการแฝงไปกับพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ สามารถเล็ดลอดมาตรการตรวจสอบของด่านขาออกจากประเทศไทยไปได้ ทว่ากลับไปถูกสกัดจับได้ที่ด่านขาเข้าของประเทศปลายทาง เช่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และฮ่องกง

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความสั่นคลอนต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ยังจุดชนวนให้เกิดคำถามสำคัญจากนานาชาติต่อ “ประสิทธิภาพ” และ “ความโปร่งใส” ในระบบการคัดกรองภัยคุกคามข้ามชาติของไทย

รูรั่วที่ด่านขาออก ปัญหาเชิงระบบหรือช่องโหว่ทางเทคโนโลยี คำถามแรกที่ทั่วโลกตั้งข้อสงสัยคือ เหตุใดสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมหาศาลจึงสามารถผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานและท่าเรือของไทยไปได้อย่างง่ายดาย ในมุมมองทางยุทธศาสตร์ ปัญหานี้อาจวิเคราะห์ได้เป็น 3 ปัจจัยหลัก

1.การเน้นความสำคัญที่ขาเข้ามากกว่าขาออก ซึ่งโดยทั่วไปมาตรการศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมืองของเกือบทุกประเทศ มักจะทุ่มเททรัพยากร สุนัขตำรวจ (K9) และเครื่องเอ็กซเรย์ไปกับการตรวจค้น “ขาเข้า” เพื่อปกป้องประเทศตนเอง ทำให้มาตรการตรวจ “ขาออก” มีความเข้มงวดน้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ ซึ่งกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการอาชญากรรมฉวยโอกาส

2.รูปแบบการซุกซ่อนที่ล้ำสมัย โดยขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลา ตั้งแต่การแปรรูปยาเสพติดเป็นสารเคมีชนิดใหม่ การซุกซ่อนในสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยากต่อการเอ็กซเรย์ (เช่น เครื่องสำอาง อาหารกระป๋อง หรือวัสดุก่อสร้าง) ไปจนถึงการหลอกลวงผู้บริสุทธิ์ผ่านโซเชียลมีเดียให้กลายเป็น “ผู้รับหิ้ว” โดยไม่รู้ตัว

3.ความเสี่ยงด้านบุคลากร ข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากเครือข่ายยาเสพติดโลก มีความพยายามที่จะเจาะระบบผ่านการทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม หรือการใช้ประโยชน์จากเจ้าหน้าที่สายการบิน ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางที่บ่อนทำลายมาตรฐานความปลอดภัย

เรื่องนี้มีผลกระทบต่อสถานะของประเทศไทยในเวทีโลกแน่นอน เพราะการที่ประเทศไทยถูกระบุว่าเป็น “ฮับ” หรือทางผ่านหลักในการลำเลียงยาเสพติดสู่เวทีโลก ส่งผลกระทบเชิงลบในวงกว้าง โดยเฉพาะวิกฤติความเชื่อมั่น เนื่องจากความหละหลวมที่เกิดขึ้นส่งผลให้หน่วยงานความมั่นคงและศุลกากรในต่างประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองคนไทยและสินค้าที่ต้นทางมาจากประเทศไทย ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการขนส่งโลจิสติกส์ และสร้างความลำบากให้แก่ผู้เดินทางชาวไทยที่อาจถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ปัญหากฎหมายภายในประเทศ เช่น ประเด็นสถานะของกัญชา ที่แม้ในประเทศไทยจะมีการควบคุมในรูปแบบหนึ่ง แต่ในหลายประเทศปลายทางยังถือเป็นยาเสพติดร้ายแรงและผิดกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ การลักลอบนำออกไปจึงยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์ความคลุมเครือด้านนโยบายยาเสพติดของไทยในสายตาโลก

ดังนั้นเพื่อจะกู้คืนความเชื่อมั่น ประเทศไทยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง “รื้อเกมสกัดยานรก” ใหม่ทั้งหมด โดยล่าสุดรัฐบาลและกรมศุลกากรได้เริ่มขยับตัวด้วยการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดสากล (เช่น AITF และ SITF) ยกระดับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์พฤติกรรมและความเสี่ยงของผู้โดยสารล่วงหน้า ควบคู่กับการเพิ่มการตรวจตราฝั่งขาออกให้เข้มข้นเทียบเท่าขาเข้า

แชมป์ฟุตบอลตำรวจ
พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.วสันต์ ยวงยิ้ม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.มาบตาพุด นำทีมนักเตะขึ้นรับถ้วยแชมป์และเงินรางวัลจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ในการแข่งขันฟุตบอล “SNC RAYONG POLICE CUP 2026” โดยมีพล.ต.ท. มานะ อินพิทักษ์ จตร. และข้าราชการตร.ระยอง ตบเท้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจและความชื่นมื่นของผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกฝ่าย ณ สนามกีฬากลาง จ.ระยอง

พิฆาตยาเสพติด
ที่ทำการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานปบ่อยแถวเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยที่บังคับใช้กฏหมายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 2 เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. รวม 200 นาย มีนายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม ปลัดจังหวัดระยอง พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู รอง พ.ต.อ.วรวุฒิ ชัยเจริญ ผบก.ภ.จว.ระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.เมืองระยอง นายกันตภณ สุขสงค์ นอภ.ปลวกแดง นายทัศนเดชา บุญสนธิ์ นอภ.เขาชะเมา นายประธาน ภู่ธนะพิบูล นอภ.นิคมพัฒนา และนายธรรมศักดิ์ อุไรเรือง นอภ.วังจันทร์ ร่วมพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังตามนโยบายของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.69 นี้ รวมทั้งสิ้น 90 วัน

ให้ความรู้นักเรียนตำรวจ
ภายใต้อำนวยการ พ.ต.ท บดินทร์ ชูเฉลิม สว.ญ.ทล.2 กก.4 บก.ทล. ตำรวจทางหลวงขอนแก่น. มอบหมายให้ ร.ต.อ.บุญธรรม ล้ำจุมจัง รอง สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. และ ด.ต.ธีระวุฒิ พระคุณ ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. เดินทางไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้การปลูกฝังวินัยจราจร การขับขี่อย่างปลอดภัยและกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่ผู้ประจำรถ ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ตามมาตรการป้องกันอุบัติเหตุบนถนนหลวง .ต้องปลูกฝังวินัยจราจรและให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ยานพาหนะโดยการจัดวิทยากรที่มีความรู้ความชำนาญไปบรรยายตามสถานศึกษาหรือที่สำนักงานขนส่งในเขตพื้นที่รับผิดชอบเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

ต้านยาเสพติด
พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น มอบหมายให้ครูตำรวจแดร์ พ.ต.ท.อัมพร จักษุทิพย์ สวป.(ชส.)สภ.ชุมแพ ร.ต.อ.หญิง นิภา ล้านบุญมี รอง สว.ธร.สภ.ชุมแพ และร.ต.ต.หญิง ยุพา นักธรรม รอง สว.(ป.)สภ.ชุมแพ เข้าทำการสอนนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองไฮ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะชีวิต การตัดสินใจ และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้เด็กระดับประถมและมัธยม เพื่อการป้องกันยาเสพติดเชิงรุกอย่างยั่งยืน ตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน (D.A.R.E.ประเทศไทย)

ผ่อนคลาย
พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สังสรรค์ครอบครัวตำรวจ พูดคุยผ่อนคลาย กินข้าวดูแลกัน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจดีๆกับลูกน้อง ฝ.3

เปิดปฏิบัติการ
พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมพิธีเปิดปฏิบัติการ Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี

ตรวจเยี่ยมการทำงาน
พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เดินทางไปตรวจเยี่ยม สภ.ดอนเจดีย์ เยี่ยมชมห้อง one stop service พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ เน้นย้ำนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการทำงานด้านความมั่นคง 9 หัวข้อ โดยมี พ.ต.อ.ปริญญา เกาชวัต ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ ให้การต้อนรับ

ประชุมการทำงาน
ที่ห้องประชุม ชั้น2 สภ.เมืองสุพรรณบุรี พระสุพรรณวชิรโมลี (เจ้าอาวาสวัดพระลอย) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสังกัด สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อม คณะ กรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ประชุมตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี ครั้งที่ 3/2569

ร่วมอาลัย
พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ. สังขละบุรีพร้อมข้าราชการตำรวจสภ. สังขละบุรี ร่วมเป็น เจ้าภาพสวดพระอภิธรรม นายสมรักษ์ อิ่มพลับ บิดาของ ร.ต.ท. สมปอง อิ่มพลับ รอง สว.(ป.) สภ.สังขละบุรี และได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ในนาม ผบช.ภ.7 และ สภ.สังขละบุรี

เลี้ยงข้าวกลางวัน
พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี นำก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก และ ไอติมกะทิรวมมิตร จัดเลี้ยงเป็นอาหารมื้อกลางวันให้กับข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพื่อสร้างความรักความสามัคคีในองค์กร.