“หมอที่ดีที่สุดคือตัวเรา โรงพยาบาลที่ดีที่สุดคือห้องครัว ยาที่ดีที่สุดคืออาหารที่คุณค่า การรักษาที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขภาพ”
กลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ระดับชาติกันเลยทีเดียว สำหรับข่าวที่ทางการออสเตรเลียจับกุม น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสของสายการบินการบินไทย อายุ 26 ปี ฐานพยายามลักลอบนำเข้าเฮโรอีน 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย แอบซุกซ่อนมาในกระเป๋าสัมภาระ 12 ใบ
ซึ่งก่อนวันเดินทาง 2 วัน มีไรเดอร์นำกล่องสีน้ำตาลปริศนามาส่งที่ใต้คอนโดฯ ก่อนที่ น.ส.มีนา จะหยิบกล่องดังกล่าวเอาขึ้นห้องพักแล้วเปิดกล่องดู พบกระเป๋าลายช้าง 12 ใบ แต่ไม่พบความผิดปกติ เลยเอากระเป๋านั้นใส่กระเป๋าเดินทางของตัวเอง จากนั้นก็ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิมุ่งหน้าสู่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย กระทั่งโดนรวบตัว
โดยที่ตำรวจออสเตรเลีย แจ้ง 2 ข้อหาหนักกับ น.ส.มีนา ฐานนำเข้ายาเสพติดข้ามพรมแดน ครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า โทษสูงสุดจำคุก 25 ปี ศาลปฏิเสธการให้ประกันตัวและส่งฝากขังทันที ซึ่งมีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้ง ในวันที่ 14 ก.ย. 69 นี้

หากจะพูดถึงการตรวจสอบป้องกันต้องพุดกันตามตรงเลยว่า ที่สนามบินของประเทศไทยแม้จะมีเครื่องเอกซเรย์ตรวจจับวัตถุต้องสงสัย แต่ก็เอาไว้สำหรับตรวจหาวัตถุต้องสงสัย อาทิ ระเบิด อาวุธอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ซุกซ่อนขึ้นเครื่องบิน แต่สำหรับกรณียาเสพติดนั้น ถ้าซุกซ่อนแบบมิดชิดหลายชั้น เครื่องเอกซเรย์จะไม่สามารถตรวจสอบได้ ถือว่าเป็นช่องโหว่รูใหญ่อยู่เหมือนกัน
และจากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย และคณะกรรมการข่าวกรองอาชญากรรมออสเตรเลีย ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 หรือระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา ออสเตรเลียตรวจพบคดีลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศไทยเข้าสู่ประเทศอย่างน้อย 6 คดี และมีผู้ถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 10 คน หนึ่งในนั้นคือแอร์สาววัย 26 ปี ของการบินไทย
ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย เฮโรอีน เมทแอมเฟตามีน และยาเสพติดประเภทอื่น รวมน้ำหนักมากกว่า 82 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 918.51 ล้านบาท)

กรณีที่ 1 ซุกซ่อนยาเสพติดรวม 42 กิโลกรัม ณ สนามบินซิดนีย์ (23 มกราคม 2569) เป็นชายชาวออสเตรเลีย 3 ราย อายุ 22 ปี เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อจัดเตรียมยาเสพติด ก่อนจะซุกซ่อนไว้ในหีบห่อหลายชั้นเพื่อดับกลิ่นและพรางตา จากนั้นนำไปจัดเรียงปะปนกับสัมภาระทั่วไปในกระเป๋าเดินทางเพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องบินมุ่งหน้าสู่นครซิดนีย์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบขณะผ่านด่านตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูง พบเฮโรอีน น้ำหนัก 34 กิโลกรัม และเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนัก 8 กก. (รวม 42 กิโลกรัม)
กรณีที่ 2 เฮโรอีนซีลสุญญากาศ 20 กิโลกรัม (24 มกราคม 2569) ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากคดีแรก ชายชาวออสเตรเลีย อายุ 26 ปี ใช้เทคนิคการบรรจุเฮโรอีนลงในถุงพลาสติกหนาพิเศษและซีลสุญญากาศ 34 ใบ เพื่อป้องกันการรั่วไหลและการดมกลิ่นของสุนัขตำรวจ จากนั้นนำไปซ่อนทับไว้ระหว่างเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทาง อย่างไรก็ตาม ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เดินทางและความผิดปกติของสัมภาระ ทำให้เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องตรวจค้นพิเศษและพบของกลางในที่สุด ของกลางคือ เฮโรอีน น้ำหนัก 20 กิโลกรัม

กรณีที่ 3 อำพรางยาไอซ์ในขวดแป้งหอมยอดนิยม (19 มีนาคม 2569) คดีนี้ชี้ให้เห็นถึงการพยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของขบวนการ โดยชายชาวมาเลเซีย อายุ 66 ปี ใช้บรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายในไทยอย่าง “ขวดแป้งฝุ่นโรยตัว” (ขวดแป้งหอม) 10 ขวด นำมาดัดแปลงเทแป้งออกแล้วบรรจุยาไอซ์ลงไปแทน จากนั้นปิดผนึกฝาขวดให้ดูเหมือนสินค้าใหม่เพื่อพรางตาเจ้าหน้าที่สนามบินซิดนีย์ ในคดีนี้ พบของกลางคือ ยาไอซ์ น้ำหนัก 5 กิโลกรัม

กรณีที่ 4 เย็บยาเสพติดซ่อนในโครงซับในกระเป๋าเดินทาง (23 เมษายน 2569) ขบวนการนี้ใช้วิธีทางกายภาพที่ซับซ้อน โดยชายต่างชาติ 3 ราย อายุ 34, 35 และ 36 ปี ได้ดัดแปลงโครงสร้างของกระเป๋าเดินทาง ยาเสพติดถูกอัดเป็นแผ่นแบนและเย็บติดอย่างแน่นหนาไว้ใต้แผ่นซับในผ้าและโครงเหล็กด้านในสุดของกระเป๋า เพื่อหวังว่าด่านตรวจทั่วไปจะไม่สามารถสังเกตเห็นหากไม่มีการเลาะตะเข็บผ้าด้านในออก แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นเฮโรอีน น้ำหนัก 14 กก.
กรณีที่ 5 ลักลอบนำเข้าสารเคมีชนิดใหม่ในขวดสบู่เหลวและช่องว่างในร่างกาย (29 พฤษภาคม 2569) เป็นการลักลอบขนส่งสารเคมีชนิดใหม่ หญิงชาวฝรั่งเศส อายุ 31 ปี นำสาร “บิวเทนไดออล” ซึ่งเป็นของเหลวและจะเปลี่ยนสภาพเป็นยาเสียสาวเมื่อเข้าสู่ร่างกาย บรรจุลงในขวดผลิตภัณฑ์อาบน้ำ เพื่ออำพรางว่าเป็นของใช้ส่วนตัว และบางส่วนมีการซุกซ่อนไว้ในช่องว่างตามร่างกาย เพื่อเลี่ยงการตรวจค้นภายนอก โดยกรณีนี้พบที่สนามบินเมืองเพิร์ท ซึ่งมีของกลางเป็นสารบิวเทนไดออล 50 กรัม และสเตียรอยด์ควบคุม 40 ชุด

และล่ากรณีที่ 6 ซึ่งก็คือกรณีของแอร์โฮสเตสการบินไทยที่ขนเฮโรอีนซ่อนในถุงผ้าของฝากดังกล่าว
ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้ที่นำเข้าหรือครอบครองยาเสพติดในปริมาณเพื่อการค้า มีโอกาสได้รับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายสิบปี หรือในบางกรณีอาจได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของยาเสพติด ตลอดจนพฤติการณ์แห่งคดี
“บิ๊กสลีป” รู้สึกเป็นห่วงและมีความกังวลในเรื่องเส้นทางยาเสพติดจากประเทศไทยมาก เพราะมันส่งผลถึงภาพลักษณ์โดยรวม รวมทั้งการที่ใครจะเดินทางไปเที่ยวออสเตรเลียด้วย จึงอยากขอเตือนให้ระมัดระวังการรับฝากสัมภาระหรือสิ่งของจากบุคคลอื่นโดยไม่ทราบที่มา เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ และนำไปสู่การถูกดำเนินคดี ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมาย
ข่าวสารตำรวจ

มือปราบน้ำดี
เมื่อเร็วๆ นี้ บรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจเกิดขึ้นในแวดวงสีกากีจังหวัดระยอง หลังมีการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและทุ่มเทเพื่อสังคม โดย พ.ต.ท.สุชาติ ดุสดี รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “บุคลากรและภาคีเครือข่ายดีเด่น ด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2569” จากจังหวัดระยอง

ตรวจความคืบหน้า
พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมและตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างฐานปฏิบัติการยุทธวิธีใต้ดิน สภ.บ้านโดนเอาว์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมสั่งเร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างฐานปฏิบัติการยุทธวิธีใต้ดิน ของ สภ.บ้านโดนเอาว์ ให้เป็นไปตามรูปแบบรายการตามที่กำหนดในสัญญา และให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. 69 โดยมี พ.ต.อ.วิมล บุญมานันท์ ผกก.สภ.บ้านโดนเอาว์ นำกำลังข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านโดนเอาว์ ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม.


ประเมินคุณธรรม
พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุรัตน์ ฉิมทิม รอง ผบก.อก.ภ.4 พ.ต.อ.ภานุทัต นันสะอาง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.ภ.4 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเร่งรัดการประเมินคุณธรรม
และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ITA ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อให้การดำเนินการลงข้อมูล OIT เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องครบถ้วน และทราบปัญหาข้อขัดข้อง เพื่อหาแนวทางร่วมกัน ณ ห้องประชุมเวชโอสถ

ประกาศเกียรติคุณ
พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ พัฒนกิตติสกุล รอง ผกก.ป.สภ.ชุมแพ มอบรางวัลแก่ผู้มีผลการปฏิบัติราชการดีเด่น และมอบประกาศเกียรติคุณแก่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ในการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ของกลางยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำห้ามข้าราชการตำรวจทุกนายเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุขทุกประเภท ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ให้ประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัย ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ



ภารกิจเปิดบ้าน
พ.ต.อ.ธราดล เหมพัฒน์ ผกก.สภ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เปิดโครงการเครือข่ายนักเรียน D.A.R.E. ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับ กลุ่มเยาวชนทั้งในระบบการศึกษา ให้มีภูมิคุ้มกัน ด้วยการเสริมภูมิต้านทานให้เข้าใจถึงพิษของยาเสพติด ซึ่งมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 จาก ร.ร.บ้านโฮ่งวิทยา และ ร.ร.องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ป่าป๋วย ร่วม เดินขบวนรณรงค์การต่อต้านยาเสพติด เสร็จแล้วพาเยี่ยมชมสถานี ตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง แนะนำสถานที่และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละแผนก พร้อมอบรมให้ความรู้โทษภัยของยาเสพติด รวมถึงการหนี ซ่อน สู้ รวมถึงมาตรการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งของ ชุดปฏิบัติการ Six Man Team กลุ่มนักเรียนทุกให้ความสนใจเป็นอย่างดี รวมถึงยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กนักเรียนอยากมีอาชีพเป็นตำรวจในอนาคตต่อไป.

ประชุมคณะที่ปรึกษา
พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมจัดการประชุมคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 7 (ด้านการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ครั้งที่ 3/2569) โดย มี พ.ต.อ.สมพร พุกหอม , พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี , พ.ต.อ.ยุทธนา สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.สุพรรณบุรี , นายบุญชู กัลยาวุฒิพงศ์ , นางสาวณาตยา กลิ่นจุ่น , นายสิทธิชัย อารยางกูร , นายแพทย์พรชัย บุญแสง กต.ตร. จังหวัดสุพรรณบุรี, ทันตแพทย์สุเทพ ทัศนานุปริยกุล ที่ปรึกษา กต.ตร.จังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 ภ.จว.สุพรรณบุรี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

ประชุมออนไลน์
พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.กก.สืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องประชุมผ่านระบบออนไลน์ (ZOOM)ขับเคลื่อนการบริหารงานสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องประชุม ศปก.ชั้น 2 ภ.จว.สุพรรณบุรีโดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.เป็นประธานในการประชุม

ชุมชนปลอดภัย
พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี
สวป.(ชส)สภ.เมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรมชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน การรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและตรวจเยี่ยมชุมชนเตาปูน 3 โดยมี พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองกาญจนบุรี (ชุมชนเตาปูน 3) ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
*****************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป



