เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ

ชายสูงวัยที่มีปัญหาทางเพศอยากจะขอเรียนปรึกษาเพื่อการรักษาและแก้ไขให้ดีขึ้น ตอนนี้ผมอายุ 70 ปี ร่วมเพศกับภรรยาไม่ได้เพราะภรรยาหมดความต้องการทางเพศไปนานแล้ว สุดท้ายต้องไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอายุ 42 ปี เธอสาวและสวย แถมมีเทคนิคการรุกรับที่ถูกใจมาก นัดพบกันเดือนละ 3-4 ครั้งมาตลอด แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งผมป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้การแข็งตัวของอวัยวะสำคัญลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงไปพบหมอเจ้าของไข้ ตรวจรักษาแล้วให้ยามากินเพื่อช่วยเสริมให้อวัยวะแข็งตัว ในตอนแรกก็ได้ผลดีแต่เมื่อนาน ๆ เข้าก็ไม่ค่อยได้ผล แม้ว่าจะเพิ่มยาก็ไม่ดีขึ้น ทำให้ทั้งผมและเธอเสียอารมณ์ เริ่มหงุดหงิดขาดความสุขสมในการมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันจนเหินห่างกันมากขึ้น จึงอยากให้คุณหมอ ดร.โอ ช่วยแนะนำวิธีการรักษาให้ด้วย ไม่อยากรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ไปวัน ๆ เท่านั้นเอง

ด้วยความนับถือ
สุภพ 70

ตอบ สุภพ 70
ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วมักจะพบว่าการแข็งตัวลดลง การใช้ยากินเป็นอีกหนึ่งแนวทางการรักษาอาการอีดีที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่การรักษาด้วยยากินนั้นมักจะมีข้อจำกัดอยู่เหมือนกันคือการออกฤทธิ์ของยากินนั้นจะต้องอาศัยการเล้าโลมกระตุ้นทางเพศเป็นหลัก ซึ่งย่อมแสดงให้เห็นว่ายาจะทำงานคือกินแล้วเกิดการแข็งตัวภายใน 30 นาที ต้องอาศัยระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนร่วมด้วย หากมีภาวะพร่องของฮอร์โมนเพศดังกล่าวกินยาแล้วการแข็งตัวก็จะไม่เกิดขึ้น การแก้ไขก็ต้องได้รับการเสริมฮอร์โมนทดแทนจึงจะทำให้เกิดการแข็งตัวได้จากการกินยาแต่สำหรับผู้ที่เคยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นการเสริมฮอร์โมนเพศทดแทน เป็นข้อห้ามเพราะอาจทำให้อาการของโรคกลับมาเป็นได้อีก

การที่ได้รับยาชนิดเดียวเป็นเวลานาน ๆ สามารถทำให้เกิดการดื้อต่อยาชนิดนั้นได้คือกินแล้วไม่แข็งตัว นี้คือข้อด้อยของการใช้ยากิน แต่การดื้อต่อยากิน ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ อาจจะเปลี่ยนวิธีการรักษาไปใช้กลุ่มกระตุ้นการแข็งตัวที่จะเกิดการแข็งตัวได้เร็ว โดยที่ไม่ต้องพึ่งการกระตุ้นทางเพศ พูดง่าย ๆ ใช้งานได้ทันทีอย่างไรอย่างนั้น ยิ่งตอนนี้มีการใช้คลื่นช็อกเวฟยิงไปที่เส้นเลือดที่องคชาต 5 ตำแหน่งที่สำคัญ นอกจากจะช่วยให้อาการอีดีฟื้นฟูได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยลดการดื้อต่อยากินที่กินแล้วไม่ได้ผลกลับมากินแล้วแข็งตัวได้ดีเหมือนเดิม รักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนไข้อีดีกลุ่มเบาหวานเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด กลุ่มโรคมะเร็ง และกลุ่มที่ดื้อต่อยากินเป็นอย่างมาก

การรักษาจะทำการรักษาตามโปรแกรมที่แพทย์วินิจฉัยไว้ อาจจะรักษาควบคู่กับการใช้ยาฉีด ก็จะยิ่งทำให้เกิดการแข็งตัวที่ดีตามมาอย่างรวดเร็ว จะเห็นว่าการรักษาอาการอีดีในกลุ่มที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่คนไข้หลายคนคิดไว้ เพียงแต่คนไข้ที่ยังอยากร่วมเพศมีความกล้าที่อยากจะเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์เหมือนกับชายวัย 70 ปีรายนี้ แม้จะมีความกังวลกลัวว่าลูกจะรู้แต่ก็มีความพยายามที่จะฟื้นฟู เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ หากมีปัญหาสามารถแก้ไขได้จะเริ่มให้ความสุขแก่ฝ่ายหญิงได้อีก.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51