ป๊อปเปอร์เป็นสารเคมีในกลุ่ม “อัลคิลไนไตรต์” ซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น อะมิลไนไตรต์ บิวทิลไนไตรต์ และไอโซโพร พิลไนไตรต์ สารเหล่านี้มีคุณสมบัติสำคัญคือทำให้หลอดเลือดขยายตัว เดิมเคยใช้รักษาผู้ป่วยโรคหัวใจบางชนิด แต่ปัจจุบันแทบไม่มีการใช้ในทางการแพทย์แล้ว
หลายคนเข้าใจผิดว่าป๊อปเปอร์ออกฤทธิ์เหมือนยาไวอากร้า ความจริงแล้วแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เช่น “ไวอากร้า (ซิลเดนาฟิล)” หรือ “เซียลิส (ทาดาลาฟิล)” จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศ ทำให้การแข็งตัวดีขึ้น ส่วนป๊อปเปอร์เพียงทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายขยายตัวและเกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ไม่ได้รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศแต่อย่างใด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ใช้ป๊อปเปอร์ร่วมกับยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เพราะหวังว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น การกระทำเช่นนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากยาทั้งสองชนิดต่างทำให้หลอดเลือดขยายตัว เมื่อใช้ร่วมกันอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรุนแรง จนเกิดอาการหน้ามืด หมดสติ ช็อก หัวใจขาดเลือด หรือเสียชีวิตได้
ผลข้างเคียงที่พบได้จากการใช้ป๊อปเปอร์ ได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ใจสั่น หน้าแดง คลื่นไส้ เป็นลม และในผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือด อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป
หลายคนถามผมว่า ป๊อปเปอร์ทำให้เลือดกำเดาไหลได้หรือไม่? แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย แต่เนื่องจากป๊อปเปอร์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และสูดดมผ่านทางจมูกโดยตรง จึงอาจทำให้ผู้ที่มีเยื่อบจมูกอักเสบ เป็นภูมิแพ้ หรือมีหลอดเลือดฝอยเปราะบาง เกิดเลือดกำเดาไหลได้ง่ายกว่าปกติ หากใช้แล้วมีเลือดออกทางจมูกซ้ำ ๆ ควรหยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์
อีกภาวะหนึ่งที่หลายคนไม่เคยทราบ คือมีรายงานว่าป๊อปเปอร์อาจทำให้เกิดความผิดปกติของจอประสาทตา ผู้ป่วยบางรายมีอาการตามัว มองเห็นภาพบิดเบี้ยว หรือการมองเห็นลดลง แม้จะพบไม่บ่อย แต่บางรายอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัว นอกจากผลต่อร่างกายแล้ว การใช้ป๊อปเปอร์ยังทำให้การยับยั้งชั่งใจลดลง ผู้ใช้บางรายจึงมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้โอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งเชื้อเอชไอวี เพิ่มขึ้น.
ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



