กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ

ผมอายุ 73 ปี ดูแลสุขภาพอย่างดีมาโดยตลอด วิ่งและเดินออกกำลังกายทุกวัน น้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ไม่กินเนื้อ หมู อาหารส่วนใหญ่จะเป็นประเภทปลา ผักน้ำพริก ปฏิบัติตัวเช่นนี้มานานหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ จนต้องเข้ารับการผ่าตัดใส่บอลลูน สภาพร่างกายโดยทั่วไปหายใจคล่อง ความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือดปกติ ทั้งไขมันตัวดีและไขมันตัวร้าย เข้ารับการตรวจสุขภาพทุก ๆ 6 เดือน ไม่เคยขาด ผลการตรวจทุกอย่างปกติ แต่ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลงไปเยอะ แพทย์แนะนำให้รับการเสริมฮอร์โมนเพศชายเพื่อทดแทน จึงอยากเรียนถามว่า หากผู้ชายที่ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง ถ้าไม่ได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศชายเพิ่มทดแทน จะมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้าง และหากเสริมฮอร์โมนแล้วจะมีผลกระทบต่อโรคที่กำลังเป็นอยู่หรือไม่อย่างไร

ด้วยความนับถือ
ธนศักดิ์ 73

ตอบ ธนศักดิ์ 73
ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย มีหน้าที่สำคัญคือกระตุ้นลักษณะความเป็นชาย และรักษาให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรง ซึ่งรวมไปถึงเรื่องความต้องการทางเพศ การสร้างเชื้ออสุจิ ปริมาณของขนเพชรและขนตามร่างกาย กล้ามเนื้อและกระดูก สมองจะควบคุมการสร้างเทสโทสเตอโรนซึ่งผลิตจากลูกอัณฑะ การที่ภาวะเทสโทสเตอโรนต่ำ หรือภาวะฮอร์โมนเพศต่ำจะเป็นสาเหตุของอาการต่าง ๆ คือความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายลดลง ปริมาณของตัวอสุจิมีจำนวนน้อย และหน้าอกโตขึ้น เป็นต้น

หากรู้ว่ามีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำแล้วไม่ได้รับการแก้ไข ทิ้งไว้เป็นเวลานาน อาจส่งผลทำให้คุณสูญเสียความสมบูรณ์ของสุขภาพร่างกายบางอย่าง เช่น ปริมาณและการกระจายของขนตามร่างกาย ขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เกิดการสะสมไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และเป็นโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) นอกจากนี้ยังทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลง เรี่ยวแรงลดลง และมีลูกอัณฑะเล็กลงด้วย การแก้ไขในผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำคือการได้รับฮอร์โมนเพศเสริม ซึ่งมีหลายวิธี

สิ่งสำคัญก่อนการได้รับฮอร์โมนเพศชายเสริม คือ การตรวจต่อมลูกหมากโดยใช้นิ้วผ่านทางทวารหนัก การตรวจระดับค่า PSA (Prostate specific Antigen) ในเลือดหากต้องการความแม่นยำมากขึ้นสามารถทำการตรวจอัลตราซาวด์ต่อมลูกหมากทางทวารหนักและนำชิ้นเนื้อมาตรวจได้ถ้าผลการตรวจเป็นปกติ การใช้ฮอร์โมนเพศชายเสริมถือได้ว่ามีความปลอดภัยสูง และควรมีการตรวจร่างกายและตรวจเลือดเป็นประจำในระหว่างที่กินฮอร์โมนโดยอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด หากคนไข้เคยมีประวัติเกี่ยวกับต่อมลูกหมากโดยมีค่าพีเอสเอสูงกว่าปกติระดับ 4 แล้วจัดว่าอยู่ในระดับเสี่ยงแม้ว่าจะมีระดับฮอร์โมนต่ำแค่ไหนก็ไม่สามารถได้รับการเสริมฮอร์โมนได้ เพราะฮอร์โมนที่ได้รับอาจไปกระตุ้นให้เซลล์ในต่อมลูกหมากเกิดความผิดปกติขึ้นมาใหม่ได้ ชนิดฮอร์โมนมีให้เลือกหลายอย่างที่ใช้กัน ทั้งแบบเยลทาทุกวันและเยลทาเฉพาะวัน แบบฉีดทุกเดือนและฉีดทุก 3 เดือน ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้เลือกแบบที่เหมาะสม.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51