กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ
ผมอายุ 62 ปี ป่วยเป็นเบาหวานมากกว่า 5 ปี มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศคือ นกเขาไม่ขัน ตั้งแต่อายุ 57 ปี ทำให้ไม่สามารถร่วมเพศมีความสุขกับภรรยาได้ ชีวิตอยู่มาอย่างไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว จำต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเรื่อยมา ทั้ง ๆ ที่ยังมีความต้องการทางเพศอยู่และดูเหมือนว่าจะมีมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย จึงไปหาซื้อยามากินตามที่โฆษณาอวดอ้างเพื่อให้เกิดการแข็งตัว และหาความสุขนอกบ้านเมื่อมีความต้องการ ตอนแรก ๆ ได้ผลบ้าง ปัจจุบันกินยาแล้วไม่เกิดผล นกเขาไม่ขันแล้ว สุขภาพร่างกายเริ่มมีปัญหา กังวลว่าจะเกิดอันตรายมากขึ้นด้วย จึงอยากปรึกษาคุณหมอโอว่า มีหนทางแก้ไขได้บ้างไหม ที่จะช่วยให้นกเขาขันได้อีก และจะไม่ยอมปล่อยตัวเหมือนที่ผิดพลาดมาก่อนหน้านี้อีกแล้ว ที่ผ่านมานับเป็นบทเรียนชีวิตอย่างมาก
ด้วยความนับถือ
สิทธิ์ 62
ตอบ สิทธิ์ 62
เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นอวัยวะและการทำงานต่าง ๆ ของอวัยวะจะเสื่อมถอยไปตามระยะเวลา ปัจจัยหนึ่งที่ควบคุมการทำงานของร่างกายคือระบบฮอร์โมน เพศชายคือฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนจะลดลง ทำให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายลดลง และความต้องการทางเพศก็ลดลงด้วย การลดลงของฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนนี้ไม่จำเป็นว่าผู้ชายทุกคนจะต้องพร่องฮอร์โมนเหมือนกันหมดเมื่ออายุมากขึ้น ชายบางท่านที่มีอายุ 70-80 ปียังมีระดับฮอร์โมนเพศชายดังกล่าวในระดับปกติ ยังมีความต้องการทางเพศอยู่ดังเดิม สาเหตุที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวของชายวัย 63 ปี น่าจะมาจากปัญหาของหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดน้อยลง เลือดไหลเข้าไปในกล้ามเนื้อฟองน้ำในองคชาตได้ไม่พอเพียง ประกอบกับมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือเบาหวาน แม้ปัจจุบันจะมียากินที่ช่วยให้เกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศซึ่งสามารถหาซื้อได้สะดวกนั้น การจะใช้ยากลุ่มนี้ควรได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้รู้ก่อนใช้ยาเสมอ เพราะผลข้างเคียงของยาอาจทำให้ผู้ใช้มีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสที่จะดื้อต่อยาได้ง่ายด้วยการรักษาอาการอีดีนั้นอาจจะไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องรักษาด้วยการกินยา ผู้ที่มีอาการบางท่านที่มาปรึกษาแพทย์ด้วยอาการเบาหวานเรื้อรังมามากกว่า 10 ปี ไม่ค่อยพอใจกับการแข็งตัวที่เกิดจากยากิน ชอบแบบยาฉีดเพราะออกฤทธิ์ได้เร็ว 5-10 นาที บางรายอาศัยการบริหารกล้ามเนื้อเพศ
ปัจจุบันผู้เป็นเบาหวาน ที่มีอาการอีดีนั้นมีวิธีการฟื้นฟูรักษาให้แข็งแรงได้หลากหลายวิธีเช่นแนะนำให้ทำการรักษาด้วยคลื่นกระแทกความถี่ต่ำร่วมด้วย เพื่อให้เกิดการตอบสนองต่อยากิน และชะลอการเกิดภาวะดื้อยาที่อาจจะเกิดตามมาได้ในภายหลัง หรือเกิดขึ้นก่อนที่จะมารักษากับแพทย์ การรักษาอาการอีดีด้วยคลื่นกระแทกความถี่ต่ำนั้นจะช่วยฟื้นฟูการแข็งตัวได้เร็วและง่ายขึ้น ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ต่อตัวคนไข้ การรักษาอาการอีดีในกลุ่มเบาหวานเกี่ยวข้องกับอันตรายต่อหัวใจแต่ชายที่เป็นเบาหวานส่วนใหญ่มักซื้อยากินเองจะไม่รู้สึกว่าอันตรายจนกว่าจะถูกหามส่งเข้าห้องฉุกเฉิน ถึงจะรู้สึกตัวว่าไม่ควรทำ.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



