คดีสะเทือนขวัญได้เกิดขึ้น ณ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2567 เมื่อมีการพบร่างไร้วิญญาณของ “ป้าบัวผัน” หรือ “ป้ากบ” หญิงเร่ร่อนวัย 47 ปีที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา บริเวณบ่อน้ำหลังปั๊มน้ำมันเก่าข้างโรงเรียน ในสภาพถูกทำร้ายร่างกายอย่างทารุณบริเวณศีรษะและใบหน้า
ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว “ลุงเปี๊ยก” วัย 56 ปี สามีของผู้ตาย มาสอบสวนและได้รับคำรับสารภาพว่าใช้เก้าอี้ทำร้ายภรรยาเนื่องจากอาการเมาสุราและทะเลาะวิวาท จนนำไปสู่การทำแผนประกอบคำรับสารภาพและฝากขังในวันถัดมา
อย่างไรก็ตาม คดีที่ดูเหมือนจะคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วกลับเกิดจุดพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่ติดตามไล่ดูกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบตามคำอ้างของลุงเปี๊ยก เช่นเดียวกับตำรวจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญนี้ ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏความจริงว่า

ในช่วงเวลาเกิดเหตุกลับไม่พบตัวลุงเปี๊ยกในพื้นที่ แต่กลับเป็นกลุ่มเยาวชนอายุเพียง 13-16 ปี จำนวน 5 คน ที่เข้ามารุมทำร้ายป้าบัวผันจนเสียชีวิต จึงนำไปสู่การจับกุมกลุ่มเยาวชนผู้ก่อเหตุที่แท้จริงในที่สุด
ความจริงที่ถูกตีแผ่ได้สร้างความคลางแคลงใจให้กับสังคมอย่างหนักว่า เหตุใดลุงเปี๊ยกจึงต้องยอมรับสารภาพในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำ และเกิดข้อสงสัยว่าเป็นการ “จับแพะ” เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือไม่ เนื่องจากมีข้อมูลปรากฏว่าเยาวชน 2 ใน 5 คนนั้นเป็นลูกของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่
แม้ในตอนแรกลุงเปี๊ยกจะอ้างกับสื่อว่ารับสารภาพไปเพราะความเสียใจและต้องการตัดปัญหาจากคำครหาของชาวบ้าน แต่ความจริงก็เริ่มกระจ่างในเวลาต่อมา
ข้อสงสัยของสังคมได้รับการยืนยันเมื่อบุคคลใกล้ชิดเปิดเผยว่า จริงๆแล้วลุงเปี๊ยกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ทรมานอย่างหนักเพื่อบังคับให้รับสารภาพ ทั้งการถูกถอดเสื้อ ถุงดำคลุมหัว และใช้โซ่ล่ามข้อเท้า โดยที่เจ้าตัวไม่กล้าพูดความจริงตั้งแต่แรกเพราะเกรงว่าญาติในพื้นที่จะได้รับอันตราย

ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับคลิปเสียงการข่มขู่ของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่หลุดออกมาสู่สาธารณชน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลุแก่อำนาจและการใช้วิธีการมิชอบในกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน
ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอัยการ ร่วมกันสอบสวนกรณี “ลุงเปี๊ยก” ถูกตำรวจ สภ.อรัญประเทศ บังคับทรมานให้รับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่า “ป้าบัวผัน” โดยใช้ถุงดำคลุมหัวและเปิดแอร์ข่มขู่ โดยกระบวนการทางกฎหมายได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนสำคัญในการส่งฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต่อศาลแล้ว
เดิมทีพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาและมีความเห็นสั่งฟ้องตำรวจรวม 8 ราย แต่ต่อมาอัยการและอธิบดี DSI มีความเห็นพ้องตรงกันให้สั่งไม่ฟ้องอดีตผู้กำกับการ สภ.อรัญประเทศ ทำให้ยอดผู้ต้องหาในคดีนี้ลดลงเหลือเพียง 7 ราย ซึ่งประกอบด้วยตำรวจชุดสืบสวนและรองผู้กำกับสืบสวนในพื้นที่
โดยพนักงานอัยการได้นำตัวตำรวจผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 จังหวัดระยอง อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหมด และกำหนดนัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 17 ส.ค.2569

ฐานความผิดที่สั่งฟ้องครอบคลุมหลายข้อหาหนัก ทั้งการเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและข่มขืนใจผู้อื่น รวมถึงความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และความผิดตามกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ในข้อหากระทำการโหดร้าย ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการทำให้บุคคลสูญหาย
การดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการยุติธรรมไทย ในการเอาผิดตำรวจที่ใช้อำนาจโดยมิชอบบังคับทรมานประชาชนให้กลายเป็น “แพะ” ซึ่งสังคมยังคงจับตาดูการพิจารณาคดีของศาลในนัดสอบคำให้การที่กำลังจะถึงนี้อย่างใกล้ชิด
ข่าวสารตำรวจ

ฝึกปฏิบัติราชการ
พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น มอบหมายให้ พ.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ ครูพี่เลี้ยง ผู้ช่วยครูพี่เลี้ยง ฝึกปฏิบัติให้ความรู้แก่นักเรียนนายสิบตำรวจ ฝึกปฏิบัติราชการ สภ.ชุมแพ แผนกงานสืบสวน ได้แก่ นสต.ชนวีร์ ปัตตาเขสูง นสต.พีรพัฒน์ ไชยวรรณ นสต.กฤษชัย บุญสุขา และนสต.เฉลิมชัย บุญชุม โดยได้ศึกษาและฝึกปฏิบัติงานด้านทักษะงานสืบสวน เรียนรู้การลงบันทึกจับกุม รายงานการจับกุมและสืบค้นประวัติอาชญากรในระบบ CRIMES การสอบปากคำผู้ต้องหา การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดเบื้องต้น และงานเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนในเรื่องโทษของยาเสพติด

เคารพธงชาติ
พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ชอบเพื่อน ผบช.สงป. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดุสกร ยุวนากร รอง ผบช.สงป.และข้าราชการตำรวจในสังกัด กองงบประมาณ ร่วมเข้าแถวเคารพธงชาติ ณ ลานด้านหน้าอาคาร 1 ตร. และสวดมนต์หน้าศาลพระนิรันตรายฯ

ถวายพุ่มเทียน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ พล.อ.พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมยุคล เสด็จไปในการถวายพุ่มเทียน แด่ พระสุพรรณวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดพระลอย รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี และประธาน กต.ตร.สภ.เมืองสุพรรณบุรี เนื่องในพระราชพิธีอาสาฬหบูชา และเทศกาลเข้าพรรษา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

ถวายพระพรชัยมงคล
พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา , พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง , พ.ต.อ.นนท์ ภักดีพันธ์ , พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี , พ.ต.อ.ธนเดช ตันติอาภา รอง ผบก.ประจำ ภ.7 ช่วยราชการ ภ.จว.สุพรรณบุรี เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. 69 ณ บริเวณด้านหน้าอาคารภ.จว.สุพรรณบุรี

แห่เทียนพรรษา
พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ร่วมพิธีปล่อยขบวนแห่เทียนพรรษา บริเวณอุทยานมังกรสวรรค์พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.สุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี

ถวายสัตย์ปฏิญาณ
พ.ต.อ.ชัยชาญพัฒน์ ยติรัตนกัญญา ผกก.สภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นข้าราชการตำรวจที่ดีและพลังของแผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เนื่องในวันเฉลิมชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณหน้า สภ.หนองหญ้าไซ
**************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป



