เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่บริเวณจุดลงทะเบียนผู้ที่ได้รับผลกระทบกรณีเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ที่วัดพระพิเรนทร์ ศาลา 1-2 พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีและการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ว่า ขณะนี้ได้ระดมพนักงานสอบสวนเข้ามารับเรื่องร้องเรียนและแจ้งความประเมินมูลค่าความเสียหายจากประชาชน โดยตั้งศูนย์รับแจ้งความและช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้น 2 จุด คือ ที่วัดพระพิเรนทร์ และที่ สน.พลับพลาไชย 1
พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน มีผู้ยื่นเรื่องแจ้งความแล้วประมาณ 170-180 ราย ซึ่งใกล้แตะระดับ 200 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่อยู่ภายในอาคารที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ในส่วนของความเสียหายอื่น ๆ เช่น รถยนต์หรือทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จอดอยู่ในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะต้องรอให้กระบวนการเข้าตรวจพิสูจน์พื้นที่เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าประเมินและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายในลำดับถัดไปได้
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ ปภ. และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงปฏิบัติหน้าที่และประเมินสถานการณ์วันต่อวัน แม้จะไม่มีแสงเพลิงแล้ว แต่ยังคงมีควันและความร้อนสะสมอยู่ใต้ชั้นโครงสร้างที่พังทลายทับถมกันอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หรือ พฐ. ยังไม่สามารถเข้าไปเก็บพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงได้ โดยต้องรอให้ ผอ.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสียก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจและ พฐ. จึงจะสามารถเข้าปฏิบัติการเต็มรูปแบบได้
ในส่วนของการจัดการจราจร ได้มีการปิดเส้นทางบริเวณถนนวรจักร ตั้งแต่แยกวรจักรถึงแยก SAB เพื่ออำนวยความสะดวกให้เครื่องจักรขนาดใหญ่และเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานเคลียร์พื้นที่ อย่างไรก็ตาม ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางสำรอง จึงคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้า-ออกเมืองของประชาชนในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ พร้อมทั้งจัดกำลังตำรวจจราจรคอยบริหารจัดการจราจรโดยรอบ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาการติดขัดสะสม แต่ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันปัญหาการลักทรัพย์หรือขโมยของซ้ำเติมผู้ประสบภัย ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาและนายกรัฐมนตรี ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 หรือ บก.น.6 ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในจุดเกิดเหตุตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งความเรื่องการโจรกรรมทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ แต่หากพบการกระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที
ขณะที่เรื่องของสัญญาเช่าที่อาจจะถูกเพลิงไหม้ไปแล้ว จะมีปัญหาเกี่ยวกับการแจ้งหรือยืนยันสิทธิ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่ พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ บอกว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังหาวิธีและพยายามเก็บข้อมูลจากสิ่งอื่น รวมถึงใช้วิธียืนยันจากพยานบุคคลอื่นได้
ทั้งนี้ มีประเด็นเรื่องของการตั้งข้อสังเกตการลอบวางเพลิงเพื่อไล่ที่ ซึ่งมีรายงานว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะอาคารมีสัญญาเช่าในระยะยาวที่ชัดเจน และที่ผ่านมาไม่เคยมีประเด็นร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในพื้นที่



