ทั้งนี้ มะเร็งไตชนิดที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ คือ Renal Cell Carcinoma (RCC) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เนื้อไต โดยหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นหรือขณะที่ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก จะมีโอกาสรักษาหายและมีอัตราการรอดชีวิตสูง การรู้จักปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนจึงมีความสำคัญต่อการค้นพบโรคได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่ นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของมะเร็งไตคือ “สูบบุหรี่” โดยข้อมูลพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงราว 1.4 เท่าของผู้ที่ไม่สูบ และเพิ่มได้ถึง 2.5 เท่าตามปริมาณที่สูบสะสม

รองลงมาคือ “โรคอ้วน” ยิ่งดัชนีมวลกาย (BMI) สูง ยิ่งเสี่ยง โดยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 1.07 เท่า ต่อค่า BMI ที่เพิ่มขึ้นทุก 1 หน่วย และผู้ที่มี “ความดันโลหิตสูง” มีความเสี่ยงราว 1.67 เท่าของคนที่ความดันปกติ นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ผู้ที่ฟอกไตเป็นประจำ เสี่ยงราว 5-20 เท่าของคนทั่วไป และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งไต มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 2-4 เท่า

ขณะที่ นพ.จิรายุส ไมตรีสถิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์มะเร็งทางเดินปัสสาวะ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เสริมว่า ปัจจุบันมะเร็งไตกว่า 60% ตรวจพบโดยบังเอิญ จากการตรวจภาพรังสีด้วยสาเหตุอื่น เนื่องจากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ

อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคลุกลามอาจมีอาการสำคัญ ได้แก่ ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดบั้นเอวหรือปวดสีข้าง และคลำได้ก้อนในช่องท้อง รวมถึงอาการทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย มีไข้เรื้อรัง หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

การวินิจฉัยโรคมะเร็งไตมักทำโดยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
ร่วมกับการฉีดสารทึบรังสีเพื่อประเมินลักษณะของก้อนเนื้อในไต และในบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา

สำหรับแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนและระยะของโรค หากก้อนมีขนาดเล็กอาจรักษาด้วยการจี้ทำลายก้อนด้วยความร้อนหรือความเย็น หรือผ่าตัดเฉพาะ
ส่วนเพื่อเก็บรักษาเนื้อไตไว้ แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจจำเป็นต้องผ่าตัด
ไตข้างที่เป็นมะเร็งออกทั้งหมด ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดแบบเปิด ผ่าตัดส่องกล้อง หรือผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

ส่วนในผู้ป่วยมะเร็งไตระยะลุกลาม อาจพิจารณาผ่าตัดนำก้อนออกบางส่วนร่วมกับการรักษาด้วยยามุ่งเป้าและยาภูมิคุ้มกันบำบัด

ทั้งนี้ การเลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก และดูแลความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ และหากมีอาการปัสสาวะเป็นเลือด ปวดสีข้างเรื้อรัง หรือคลำพบก้อนในช่องท้อง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและการหายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ LINE : NCI รู้สู้มะเร็ง.

อภิวรรณ เสาเวียง