ความขัดแย้งดังกล่าวมีศูนย์กลางอยู่ที่การรื้อถอน หรือการอนุรักษ์บ้านเลขที่ 38 ถนนออกซเลย์ ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวที่ใช้จัดตั้งพรรคกิจประชาชน (พีเอพี) หรือพรรคการเมืองที่ปกครองสิงคโปร์มาตั้งแต่ปี 2502 โดยนายลี กวน ยู นายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาผู้ก่อตั้งประเทศ”

ความเห็นต่างระหว่างบุตรของนายลี กวน ยู เกี่ยวกับบ้านหลังนี้ แพร่สะพัดเมื่อปี 2560 จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกแยก เนื่องจากความขัดแย้งในตระกูลลี กลายเป็นประเด็นใหญ่ในข่าวระดับนานาชาติ

การตัดสินใจที่ยากลำบากเกี่ยวกับอนาคตของอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ ตกอยู่ที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้นำคนใหม่ของสิงคโปร์ หลังนายลี เซียน ลุง บุตรชายคนโตของนายลี กวน ยู ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และประเทศกำลังมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า

นายลี เซียน ลุง ซึ่งครองอำนาจเป็นเวลา 20 ปี สนับสนุนให้เก็บรักษาบังกะโลไว้ โดยตัวแทนอสังหาริมทรัพย์กล่าวว่า บ้านหลังนี้มีราคาโดยประมาณที่ 30 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 757 ล้านบาท) แต่น้องอีกสองคนของเขา ได้แก่ นายลี เซียน หยาง และน.ส.ลี เว่ย หลิง เคยชี้ให้เห็นถึงข้อความในพินัยกรรมของบิดา ที่เรียกร้องให้รื้อถอนบังกะโลแห่งนี้

น้องทั้งสองคนถูกนายลี เซียน ลุง กล่าวหาเมื่อปี 2560 ว่าพยายามแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองจากมรดกของนายลี กวน ยู ซึ่งแม้ประเด็นข้างต้นค่อย ๆ เงียบหายไป เพราะน.ส.ลี เว่ย หลิง ยังคงอาศัยอยู่ แต่การเสียชีวิตของเธอ เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้บ้านหลังนี้ว่างเปล่า และส่งผลให้นายลี เซียน หยาง ซึ่งซื้ออสังหาริมทรัพย์แห่งนี้จากพี่ชายของเขา ในปี 2558 เรียกร้องให้ดำเนินการตามพินัยกรรมอีกครั้ง

“ผมเป็นเจ้าของตามกฎหมายเพียงหนึ่งเดียวของบ้านเลขที่ 38 ถนนออกซเลย์ ซึ่งหลังจากพี่สาวของผมเสียชีวิต ผมจึงเป็นจึงผู้จัดการมรดกคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยในพินัยกรรมของนายลี กวน ยู เขาต้องการให้รื้อถอนบ้านทันที หลังเว่ย หลิง ย้ายออกไป ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของผม ในการทำตามความปรารถนาของเขาตามกฎหมายให้ถึงที่สุด” ลี เซียน หยาง โพสต์บนเฟซบุ๊ก เมื่อไม่นานมานี้

ภายหลังการทะเลาะวิวาทอย่างเปิดเผยของตระกูลี เมื่อปี 2560 คณะกรรมการระดับรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ซึ่งรวมถึงหว่อง จึงได้รับมอบหมายให้พิจารณาทางเลือก สำหรับบ้านพักตากอากาศหลังนี้ โดยในรายงานปี 2561 ระบุว่า อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีความสำคัญทางสถาปัตยกรรม, มรดก และประวัติศาสตร์ ตลอดจนเป็นสถานที่ประชุมซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลอิสระชุดแรกของสิงคโปร์ และเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมการเสนอทางเลือก 3 ทาง แก่รัฐบาลสิงคโปร์ ว่าจะทำอย่างไรกับบังกะโลหลังนี้ ได้แก่ อนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติ, อนุรักษ์ห้องรับประทานอาหารทางประวัติศาสตร์ และรื้อถอนส่วนที่เหลือ หรือดำเนินการรื้อถอนบ้านทั้งหลังและสร้างขึ้นใหม่

อย่างไรก็ตาม นายยูจีน ตัน นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวว่า ทุกสายตาจะจับจ้องไปยังวิธีการที่รัฐบาลสิงคโปร์จัดการกับเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ เนื่องจากหว่องได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากนายลี เซียน ลุง ดังนั้น นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องแสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทแห่งนี้ ปราศจากความกลัวหรือความลำเอียง.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP