เมื่อปลายเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ศาลรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์ก ดำเนินคดีกับอดานี โดยกล่าวหาว่า เขาและพรรคพวก ติดสินบนเป็นเงินมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,620 ล้านบาท) เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาของรัฐบาลที่มีกำไรมหาศาล จนทำให้เกิดการขายหุ้นอย่างบ้าคลั่ง

ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังการฟ้องร้อง นายราหุล คานธี ผู้นำฝ่ายค้านของอินเดีย เรียกร้องให้มีการจับกุมอดานี ขณะที่ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ผู้นำเคนยา ยกเลิกข้อตกลงสนามบินและกระแสไฟฟ้า มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 86,200 ล้านบาท) อีกทั้งกลุ่มนักเคลื่อนไหวในศรีลังกา ก็ออกมาคัดค้านโครงการของบริษัทในเครืออดานี กรุ๊ป เช่นกัน

แม้อดานี กรุ๊ป ปฏิเสธข้อหาสินบนว่า “ไม่มีมูลความจริง” แต่นายศรีราม สุบรามาเนียน ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาการกำกับดูแลกิจการ “อินกอเวิร์น รีเสิร์ช เซอร์วิเซส” กล่าวว่า ข้อกล่าวหานี้ส่งผลกระทบ “อย่างใหญ่หลวง” ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อชื่อเสียงของกลุ่มบริษัทอดานี และแนวทางกำกับดูแลกิจการของพวกเขา

การผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของอดานี ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก เผชิญกับความขัดแย้งมากมาย และคำกล่าวหาที่ว่า เขาได้รับประโยชน์จากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทของเขายังเผชิญกับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งทำให้อดานี กรุ๊ป สูญเสียมูลค่าตลาดมากกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.17 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว หลังรายงานของหลังบริษัท ฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์ช ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการลงทุนชื่อดังของสหรัฐ กล่าวหาว่า อดานีหลอกลวงองค์กร “อย่างโจ่งแจ้ง” ด้วยการปั่นหุ้นและการฉ้อโกง

ด้านนายไมเคิล คูเกลแมน ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียใต้ จากสถาบันวิจัย “เดอะ วิลสัน เซ็นเตอร์” กล่าวว่า หากพิจารณาถึงอิทธิพล ทรัพยากร และการเข้าถึงของอดานี เขามีศักยภาพที่จะฟื้นตัวกลับมา เนื่องจากอาณาจักรของอดานีที่ครอบคลุมถ่านหิน, สนามบิน, ปูนซีเมนต์ และสื่อ มีผลประโยชน์ในประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ออสเตรเลีย ไปจนถึงบังกลาเทศ, ภูฏาน, อิสราเอล, ศรีลังกา, แทนซาเนีย และเนปาล

อย่างไรก็ตาม คูเกลแมนชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับอดานี เพราะกลุ่มบริษัทของเขาถูกฟ้องโดยระบบยุติธรรมของสหรัฐ ซึ่งความร้ายแรงและขอบเขตของคดีความ แตกต่างจากกรณีของฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์ช โดยสิ้นเชิง

อนึ่ง สุบรามาเนียนเชื่อว่า ข้อหาติดสินบนเป็นเพียง “รอยบุบ” ต่อชื่อเสียงของอดานี และกลุ่มบริษัทของเขาจะยังคงแสวงหา และเป็นเจ้าของโครงการต่าง ๆ ในอินเดียและทั่วโลกต่อไป แต่คูเกลแมน กล่าวเตือนว่า ความเสียหายต่อชื่อเสียงมีความร้ายแรง และมันไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออดานี กรุ๊ป เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอินเดียด้วย

สำหรับอนาคต คูเกลแมนระบุว่า ข้อหาดังกล่าวจะสร้างปัญหา ให้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ อย่างไรนั้น “ยังไม่เป็นที่แน่ชัด” และเขาคิดว่า มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อินเดีย-สหรัฐ ในวงกว้าง.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES