“กระแสการย้ายถิ่นฐานลดลงเล็กน้อย หลังนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน กลายเป็นตัวแทนจากพรรคเดโมแครต แต่มันก็กลับมาเป็นประเด็นใหญ่อีกครั้ง ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา” คอห์น กล่าวเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ข้างต้นถือเป็น “ช่วงตื่นตระหนกครั้งแรก” ในกลุ่มคนที่วิตกกังวลเกี่ยวกับการบริหารประเทศของทรัมป์ และสนใจที่จะย้ายไปยังแคนาดา
ภายหลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ “กูเกิลเทรนด์ส” รายงานว่า การค้นหาข้อมูลในสหรัฐ เกี่ยวกับการย้ายไปแคนาดา เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% ซึ่งกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 โดยในเวลานั้น เว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของแคนาดาถึงกับล่ม เพราะมีการเข้าชมมากเกินไป
ผู้สันทัดกรณีหลายคนชี้ให้เห็นว่า จำนวนชาวอเมริกันที่อพยพไปแคนาดา เพราะผลการเลือกตั้งจริง ๆ นั้น ระบุเป็นตัวเลขได้ยาก แต่เข้าใจได้ว่ามีจำนวนน้อย เนื่องจากการย้ายถิ่นฐานไปยังแคนาดา เป็นเรื่องที่ยากลำบาก และมาตรการบางอย่าง ทำให้กระบวนการนี้ยากขึ้นไปอีกในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแคนาดามาก่อน
คอห์นกล่าวว่า เขาได้รับสายจาก “คนที่ค่อนข้างร่ำรวย” ซึ่งว้าวุ่นใจกับการกลับมาของทรัมป์ และรู้สึกว่าพวกเขามีสิทธิ “ซื้อ” และได้รับถิ่นที่อยู่ถาวรในแคนาดา แต่คอห์นตอบกลับว่า การย้ายถิ่นฐานไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด และถิ่นที่อยู่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้
แม้การยื่นขอสัญชาติแคนาดาครั้งใหญ่ จากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต อาจไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องต้องกันว่า แคนาดาอาจเผชิญกับคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยมากขึ้นแทน
นายฌอน เรฮาก ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาผู้ลี้ภัย ของมหาวิทยาลัยยอร์ก ระบุว่า จำนวนพลเมืองสหรัฐที่ขอสถานะผู้ลี้ภัยในแคนาดา พุ่งสูงเมื่อทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก โดยในปี 2559 จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอลี้ภัยในแคนาดา อยู่ที่ 129 คน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มเป็น 869 คน เมื่อปี 2560 และลดเหลือ 642 คน ในปี 2561
ยิ่งไปกว่านั้น เรฮากชี้ให้เห็นว่า ผู้ขอลี้ภัยส่วนใหญ่ เป็นบุตรของคนที่กลัวการเนรเทศ เพราะสถานะการย้ายถิ่นฐานของพวกเขาเปลี่ยนไป หลังใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐเป็นเวลานานหลายปี
เนื่องจากทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะใช้กองทัพสหรัฐ ดำเนินการเนรเทศผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารจำนวนมาก ทางการแคนาดาจึงระบุว่า พวกเขาอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด สำหรับความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของผู้คนที่มุ่งหน้ามาทางชายแดนแคนาดา-สหรัฐ ซึ่งคาดว่ารัฐบาลออตตาวา จะเผชิญกับการอพยพที่ผิดปกติและผิดกฎหมายมากขึ้น.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



