คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก 2025 (FIVB Women’s World Championship 2025) ระหว่าง 22 ส.ค.-7 ก.ย.2568 โดยมี 32 ทีมจากทุกทวีปทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขัน

การแข่งขันครั้งนี้ในรอบแรก จะกระจายไปจัดตามหัวเมืองหลักด้านการท่องเที่ยวและกีฬา รวม 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา และกรุงเทพฯ จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย, รอบ 8 ทีมสุดท้าย, รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จะมาจัดแข่งขันที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพฯ โดยกำหนดจับฉลากแบ่งสาย ในวันที่ 17 ธ.ค.67 เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น ถนนศรีนครินทร์

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยชุดนี้มี “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งขณะนี้ “โค้ชอ๊อต” และทีมงาน ได้เดินหน้าเตรียมความพร้อมของทีมนักตบสาวไทย มาได้ระยะหนึ่งแล้ว

ทั้งนี้ “โค้ชอ๊อต” ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงการเตรียมทีมลุยศึกใหญ่ในปีหน้า ซึ่งมีทัวร์นาเมนต์สำคัญๆ ให้ลงสนามตลอดทั้งปี

เดินหน้าเตรียมทีมไปแล้ว

“ในปีหน้าศึกชิงแชมป์โลกคือรายการสำคัญที่สุดของทีมวอลเลย์บอลหญิง ซึ่งเราจะเตรียมทีมกันตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นไป นักกีฬาตัวหลักส่วนใหญ่เล่นในลีกอาชีพต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งเราก็ได้คุยและวางแผนกันไว้แล้วว่าให้พวกเขามีการเตรียมร่างกายและจิตใจยังไง จะพัฒนาเทนคิคการเล่นยังไง ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผมได้โทรคุย สอบถามแต่ละคนว่าเป็นไงบ้าง ซึ่งทุกคนสุขภาพดี ไม่บาดเจ็บ โดยเรามีแผนที่จะให้พวกเขากลับมาต้นปีหน้า สิ่งสำคัญสุดคือเขาต้องไม่บาดเจ็บกลับมา

มอนิเตอร์นักกีฬาแบบเกาะติด

“ตอนนี้เรามอนิเตอร์ เกาะติดนักกีฬาตลอดทุกเดือน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ได้พูดคุยกับนักกีฬา สอบถามถึงความเป็นอยู่ คุยเกือบทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นไป การแข่งขันของพวกเขาจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดือน ก.พ.-มี.ค. เป็นช่วงท็อป 4 เป็นไฟนอล ผู้เล่นตัวหลักๆ ของเราหลายๆ คน ก็น่าจะเป็นตัวหลักของแต่ละทีมในลีกต่างประเทศด้วย”

“นอกจากพูดคุยแล้ว เราก็จะหาโอกาสไปเยี่ยมพวกเขา เรามีแผนที่จะไปเยี่ยมนักกีฬาส่วนใหญ่ที่เล่นในญี่ปุ่น บางคนที่เกาหลีใต้ ส่วนอเมริกาและยุโรป ก็มีไม่กี่คน ตอนนี้กำลังวางแผนกันอยู่ เมื่อเขากลับมาก็อยากให้มีสภาพร่างกายที่พร้อมที่สุด”

“ขณะเดียวกันก็ต้องการให้พวกเขาไปศึกษาหาความรู้ในเรื่องของการพัฒนาตัวเองไปสู่ระดับเวิล์ดคลาส ทั้งลีกยุโรป หรือว่าอเมกา หรือญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็ดี เราต้องการให้พวกเขาไปพัฒนาคุณภาพทางด้านเทคนิคและแท็กติก ในการแข่งขัน ซึ่งพยายามพูดคุยกับเขาอย่างใกล้ชิด ส่วนกรอบของเวลาที่ทุกคนจะกลับมารวมตัวกัน ก็น่าจะประมาณเดือน เม.ย. บางคนถ้าจบลีกเร็วก็จะกลับมาประมาณเดือน มี.ค.”

เป้าหมายท็อป 10 โลก

“ส่วนผู้เล่นที่อยู่ในไทย ณ ตอนนี้เราก็เตรียม ยู21 ยู-19 ไว้แล้ว ก็จะเรียกเข้ามาทดสอบความพร้อมกันเรื่อยๆ ซึ่งจะมีเด็ก ที่เรียกว่าเด็กสูงในอนาคต เป็นชุดยู-16 และก็มียู-19 วงกรอบเวลาตั้งแต่ตอนนี้จนถึง มี.ค. เป็นช่วงที่ไทยลีกกำลังแข่งขัน นักกีฬาบางคนที่ไม่มีการแข่งขันเราก็จะเรียกมาซ้อม มาดูเรื่องของวิธีการ ส่วนคุณสมบัติต่างๆ ของผู้เล่นไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งต่างๆ เราก็จะเรียกมาในปริมาณที่พอสมควร จะขออนุมัติจากท่านนายกฯ (สมพร ใช้บางยาง) เป็นกรณีพิเศษ เพราะปีหน้าเราต้องทำหลายเรื่อง เรื่องแรกชุดใหญ่ จะพายามพัฒนาศักยภาพของเขาให้ไปสู่ระดับเวิลดคลาสให้ได้ เพื่อก้าวไปสู่อันดับ 10 ของโลกให้ได้ ณ ขณะนี้เราอยู่อันดับ 13 แต่ว่าแต้มของเรายังห่างพอสมควรกับอันดับ 10 ซึ่งตรงนี้เราจะต้องเก็บคะแนนให้ดี ตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. (เนชันส์ลีก) และจะไปเก็บแต้มต่อในช่วงชิงแชมป์โลก เพราะมีแต้มเยอะ”

คิวตบปีหน้าสุดเข้มข้น

“ในปีหน้า แมตช์สุดท้ายน่าจะเป็นซีเกมส์ 2025 แต่ว่าก่อนหน้าศึกชิงแชมป์โลก น่าจะมีซีวีลีก ซึ่งในภาพรวมก็คงต้องใช้นักกีฬาในจำนวนที่เยอะพอสมควร ขณะเดียวกันปีหน้าถือว่าเป็นปีที่ดีที่เรายังมีศึกชิงแชมป์โลก นู-19 และยู-21 ด้วย ในช่วงนี้กลุ่มสตาฟฟ์โค้ชของเราจะต้องบริหารจัดการให้ดี ให้ได้ไปทำงานร่วมกัน เพราะว่าถ้าใครดีในช่วงครึ่งปี ก็คงมีโอกาสได้มาเล่นทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งก็คงต้องวางแผนอีกที หลังจากที่ได้ดูฟอร์มการเล่นของนักกีฬาทุกคนในช่วงแข่งลีกต่างประเทศและในประเทศ ว่าใครมีความพร้อมและเหมาะสมที่จะเล่นรายการแรก คือ เนชันส์ลีก ที่จะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.”

เปิดกว้าง 7 เซียน คัมแบ๊ก

“ในความคิดของผม ผมเปิดกว้างให้ทุกคนที่มีขีดความสามารถมีศักยภาพ และพร้อมที่จะมาเล่นทีมชาติอยู่แล้ว ต้องการคนที่จะเดินทางร่วมไปกับเรา เรายินดีต้อนรับอยู่แล้ว พี่ๆ ที่ยังเก่ง พี่ๆ 7 เซียน หลายๆ คน ที่เขายังเล่นได้อยู่เราก็พร้อมต้อนรับ แต่ว่าแมตช์มันเยอะ ใครจะเล่นรายการไหน ช่วงไหน ก็ได้ทั้งนั้น เราต้องมาวางแผนให้ดี ขอเวลาอีกนิด ตอนนี้มันยังมันไม่ลงตัว เราต้องมาสรุปกันอีกที ประมาณเดือน มี.ค. คงทราบความเคลื่อนไหวและการเตรียมตัวทั้งหมด”

รู้เราแล้วต้องรู้เขาด้วย

“ระหว่างนี้ก็ต้องศึกษาคู่แข่งด้วย ว่าคู่แข่งขันของเราที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้าทั้งโซนเอเชียและอาเซียน คาดว่าผู้เล่นสำคัญของอาเซียน จะเป็นใคร ทีมไหนที่จะเป็นคู่แข่งสำคัญของเรา และในเอเชียจะมีกี่ทีมที่จะเปลี่ยนแปลงผู้เล่นทั้งญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน หรือคาซัคสถาน ว่าเขามีผู้เล่นระดับไหนที่จะเข้ามา เราต้องศึกษาพวกเขาและเตรียมตัวที่จะเล่นกับเขาว่ามียุทธวิธีในการเล่นยังไง เพราะอย่างน้อยมันจะทำให้เรารู้ในเส้นทางของปี 2026”

“ในปี 2026 ศึกชิงแชมป์เอเชีย ก็สำคัญ เราต้องเตรียมยุทธศาสตร์และต้องวางแผนนักกีฬาของเรา และกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนว่าจะเล่นยังไง พัฒนายังไง ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนา ยู-19 และยู-21 ขึ้นมาพร้อมๆ กัน เพราะจะเป็นกำลังที่ขึ้นมาเสริม ทีมชาติชุดปัจจุบัน พวกเขาก็เล่นได้ดีอยู่แล้ว แต่ก็คาดหวังว่าพวกเขาจะพัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้นไปอีก มองดูแล้วหลายคนก็ยังไปได้ดี”

วอน อ่อนวงค์