เรื่องนี้ฝ่ายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( ดีอี ) ชี้แจงอยู่แค่ว่า ทำถูกต้องทุกอย่าง ไม่มีการทุจริต ฝ่ายค้านก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้เปิดลงทะเบียนผู้ขอใช้แล้วยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ซึ่งก็ไม่รู้เขาจะรับเรื่องไหม เพราะโครงการก็ยังไม่เริ่ม
ไอ้ที่พอจะเป็นเรื่องดีๆ ของรัฐบาลก็ดีไม่พอจะช่วย นั่นคือเรื่องไทยช่วยไทยพลัส ประชาชนชื่นชอบกันมาก แต่พอจะทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พ่อแม่คนไหนที่ลูกอุปการะแล้วไม่ต้องได้บัตร คราวนี้เสียงด่ามาที่รัฐบาลเต็มๆ โดยแทบไม่ต้องอาศัยฝ่ายค้านช่วยกระพือกระแส ว่า กลายเป็นจะออกบัตรลูกอกตัญญูซะแล้ว รัฐบาลพลิกกลับแทบไม่ทันต้องยกเลิกแนวคิดนี้ ก็รอดูว่ารัฐบาลแง้มเกณฑ์อะไรปรับปรุงสิทธิผู้ถือบัตรอีก
เรื่องลบๆ ของรัฐบาลเป็นเรื่องปกติในการเมือง แต่ปัญหาคือ “ใครจะช่วยสร้างข่าวที่เป็นบวกบ้าง จะได้เปลี่ยนกระแส” ทำให้ “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องสั่งในที่ประชุมพรรคเรื่อง “การประเมินผลงานทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ” รัฐมนตรีในโควตาพรรค และประธาน กมธ.ของพรรคทั้ง 14 คณะ ต้องมีผลงานประจักษ์ “หากผู้ดำรงตำแหน่งรายใดมีผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จะมีการปรับเปลี่ยน
ทั้งนี้ ประเมินทั้งในระดับรัฐมนตรี ประธาน กมธ. และตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีศักยภาพและมีผลงานโดดเด่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน โดยจะไม่ยึดติดกับการจัดสรรโควตาตามแนวทางเดิม” คำสั่งออกมาในช่วงสถานการณ์รุมเร้า จึงน่าสนใจว่า“เกิดภาวะที่ทนความลอยชายของคนทำงานในพรรคไม่ได้หรือไม่” เวลามีปัญหาอะไร เห็นมีแต่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ออกมาตอบโต้ ตั้งแต่คราวกัญชาแล้ว
ต่อมา นายกฯ หนูให้สัมภาษณ์ว่า “ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ทุกคนต้องทำงานทุ่มเททุกอย่างให้กับรัฐบาล ประเทศและประชาชน ตรงนี้ไม่ต้องวัด KPI ( Key Performance Indicators ) เพราะมีแต่ API หรือ อนุทิน PI” หรืออาจเรียกว่า เป็นการชี้วัดจากอนุทินประเมิน ดูภาพรวมและเจาะเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นปกติในการทำงานให้กับประเทศ ที่จะต้องมีการตื่นตัวตลอดเวลา คนเก่งจะไม่ตื่นตัว หรือติดลมบนแล้ว ก็ต้องปรับปรุง ไม่ได้กำหนดว่า 1 ปี
“ไม่ได้วางอะไร และไม่มีกำหนดเวลา เพราะหากทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองเมื่อไร ก็จะต้องพิจารณาแก้ไขในทันที แต่ตอนนี้ยังไม่คิดปรับ ครม. รัฐมนตรีทุกคนยังทำงานกันได้ด้วยดีอยู่ ยังทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ บางคนอ่อนประชาสัมพันธ์ ก็มีการเชิญมาให้เร่งแจ้งผลงานที่ได้ทำ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ”
นายกฯ หนูคงไม่ปรับ ครม.เร็วๆ นี้ เพราะว่ากันจริงๆ รัฐบาลอนุทิน 2 ก็เพิ่งรับตำแหน่งได้เป็นทางการได้สองเดือนกว่า ( นับจากแถลงนโยบาย 9-10 เมษายน ) มีคนที่ “อ่อนประชาสัมพันธ์” ตามที่นายกฯ ว่า จริง ซึ่งไม่ใช่ไม่ทำ แต่ทำไม่ถูกเรื่อง คนแรกที่น่าสนใจคือ “ประธานตุ๋ง”โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ที่เป็นข่าวบ่อย แต่เหมือนกับจะออกแต่งานพวกดูแลพัฒนาพื้นที่ เก็บขยะ ดูงานระบายน้ำ จัดระเบียบ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ตั้งเป้าหมายคนเข้ามาใช้งานรัฐสภา
โดนฝ่ายค้านอย่าง “สส.เติ้ล”ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพ พรรคประชาชน อัดให้พอน่วมๆ โดยถาม “ไหนคือผลงานด้านนิติบัญญัติ??” และยังว่าประธานตุ๋งมักจะมอบหมายรองประธานสภาดูแลการประชุม และรีบชิงปิดประชุมเร็วนัก ทั้งที่วาระทั้งเก่าทั้งใหม่ค้างอยู่เต็มไปหมด .. เหมือน สส.พรรคส้มจะติงเอาแล้วว่า ประธานตุ๋งทำแต่อะไรที่เป็นงานอาคารสถานที่ แทนที่จะเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติที่พึ่งพาในงานด้านกฎหมายได้ ซึ่งข้อท้วงติงก็น่าสนใจ
แต่คงไม่ปรับเปลี่ยนประธานสภา คนนี้สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ใกล้ชิด “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด..ถึงเปลี่ยนไม่ได้แต่ลองแสดงบทบาทด้านนิติบัญญัติให้มากขึ้นกว่างานปรับพื้นที่และภูมิทัศน์ก็ดี.. ประชาสัมพันธ์เก่งขนาดไหนแต่ถ้าผิดงาน ก็ไม่ได้ช่วยสร้างภาพลักษณ์อะไรขึ้นมา เขาจะถามเอาด้วยว่า “ใช่งานประธานเหรอ”
ด้านประธาน กมธ.14 คณะ คนที่ขยันทำงานมาก คือ “สส.แนน” อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช.ซึ่งก็ต้องทำงานนี้ให้ดี เพราะไม่งั้นจะโดนรุมหนัก เนื่องจาก กมธ.ชุดนี้ฝ่ายค้านเขาจ้องจะเอาหนักมาก แต่ภูมิใจไทยชิงมาได้ สส.แนนทำงานโดยเปิดช่องให้ร้องเรียนปัญหาทุจริตต่างๆ มายัง กมธ. และเมื่อมีปัญหาผู้มีอิทธิพลเก็บส่วยป่าตอง บุกรุกที่สาธารณะใน จ.ภูเก็ต กมธ.ชุดนี้ก็ลงพื้นที่ไปดูแลปัญหาโดยไว ส่วน กมธ.ชุดอื่นน่าจะยังต้องรอดูว่า “มีวาระอะไรที่ขยับโชว์ผลงานแล้วเจ๋งบ้าง” ซึ่งต้องระวังอย่างสะกดผิดไปเป็นโชว์แล้วเจ๊ง
รัฐมนตรี ไปกองอยู่สำนักนายกฯทำไม 4 คน “รมต.แบต”ภราดร ปริศนานันทกุลนั้นออกมาพูดแทนรัฐบาลพอสมควร ส่วน “รมต.ผึ้ง”ศุภมาส อิศรภักดี ดูงานคุ้มครองผู้บริโภค ผลงานมีเรื่อยๆ แบตรถไฟฟ้าไม่ดีบ้าง ปลากระป๋องไม่ตรงปกบ้าง แต่คนที่เงียบฉึ่งไปเลย คือนายนภินทร ศรีสรรพางค์ ( บ้านใหญ่ราชบุรี ) และนางสุขสมรวย วันทนียกุล ( บ้านใหญ่อำนาจเจริญ ) นี่ก็รอดูมาตั้งแต่ตั้งรัฐบาลว่า สองรัฐมนตรีมีผลงานอะไรเป็นข่าวบ้างหรือยัง
ด้านกระทรวงมหาดไทย ที่มี รมช.ลูกเทพ 3 คน พอมีประเด็นผู้มีอิทธิพลที่ภูเก็ต “รมช.เต้ย”พลพีร์ สุวรรณฉวี “โกแพ”วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รีบลงพื้นที่ ดูการแก้ปัญหาและมอบนโยบายที่ภูเก็ตทันที ส่วนนายเจเศรษฐ ไทยเศรษฐ รมช.มหาดไทย ดูจะไปเก็บความนิยมจากมุสลิม เช่น ดูแลเรื่องผู้ไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่เมืองเมกกะ ซาอุดิอาระเบีย
ลูกเทพสาย รมช.คมนาคม มีนายสรรเพชญ บุญญามณี “นอร์ท”ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ บทบาทไม่ค่อยโดดเด่น ผลงานมีแต่มอบนโยบาย ในสายคมนาคม “โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ เอางานสำคัญไปดูแลหมด อาทิ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หน่วยงานนี้แหละที่ทำสำรวจแลนด์บริดจ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นี่ก็ทำเรื่องฟ้องคืนที่เขากระโดง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) แล้วเหลืออะไรให้เด็กๆ โชว์ฝีมือ “รมช.โต้ง”สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ก็ดูต้องโต้แทนรัฐบาลมากกว่าโชว์ผลงานตัวเอง
ส่วนดีอี รมช.แนน บุณย์ธิดา สมชัย นั้นดูเหมือนอยู่ในตำแหน่งช่วยไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ตอบโต้ทางการเมือง เพราะทัวร์ทุกสายมุ่งเป้าไปลูกเนวินนี่ปกติ “รมต.ดีด้า”ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรมนั้นชาวเน็ตเขาบ่นๆ ไม่ค่อยพอใจเรื่องปล่อยเขมรเคลมวัฒนธรรมไทย เขาบ่นตั้งแต่ตอนรัฐบาลอนุทิน 1 แล้ว และว่าไมดีขึ้น
เป็นลูกบ้านใหญ่อาจสอยยาก แต่เก้าอี้รัฐมนตรีคือสมบัติผลัดกันชม เขาหาคนในพรรคมาแทนได้ตลอด กระทั่งคนนอกก็เถอะ คนในไม่ช่วยก็ต้องให้หลุดไป.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



