เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus Awards (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับรางวัลเกียรติยศเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ คืนโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาไทย
โดยทันทีที่นายเศรษฐา เดินทางมาถึงในเวลา 15.15 น. นายอนุทินได้พานายเศรษฐา ไปที่ห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นเวลา 15.30 น. นายอนุทิน และนายเศรษฐา ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าด้วยกัน โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อเข้าร่วมงานที่ตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งนายอนุทิน หันมาหาผู้สื่อข่าว และถามว่า “นี่ใครมา” โดยชี้ไปที่นายเศรษฐา นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 67 ที่นายเศรษฐา เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากพ้นตำแหน่ง
นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการ zero drop out เป็นโครงการที่มาจากการริเริ่มของนายเศรษฐา และกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้ดำเนินการสานต่อเพื่อให้นโยบายนี้บรรลุผลสัมฤทธิ์ รัฐบาลให้ความสำคัญกับความเสมอภาคทางการศึกษา เพราะเราเชื่อว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือศักยภาพของประชาชน ต้องส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัย แก้ไขปัญหาให้กับเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาให้หมดไป เพราะเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่ได้หลุดออกจากห้องเรียน แต่กำลังหลุดออกจากโอกาส
ได้ทราบว่าจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าระบบการศึกษานี้ จากเดิมหลุดออกจากการศึกษา 1 ล้านคน ลดเหลือ 600,000 คน ช่วงเวลา 2-3 ปีที่เราได้ทำการลดจำนวนเด็กเหล่านี้ จนเกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่มี คือผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างจริงจัง ขอขอบคุณนายเศรษฐา ที่ร่วมทำนโยบายนี้ และขอขอบคุณนายประเสริฐ ซึ่งได้นำนโยบายนี้มาสานต่ออย่างต่อเนื่อง โดยตนได้มอบหมาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน อดีต รมว.ศึกษาธิการ ในสมัยนั้น ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.)
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอฝากให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ท่านไม่ได้เป็นข้าราชการก็จริง แต่ท่านเป็นภรรยาและเป็นคู่สมรสของ ผวจ. ขอแถมงานให้นิดหนึ่ง ช่วยเหลือคู่ชีวิตของท่านในการทำสิ่งดีๆ เพราะท่านดำรงสถานะในการเป็นนายกเหล่ากาชาด บทบาทที่จะต้องทำคือการดูแลเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ขอเชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
“ขอบคุณนายเศรษฐา ที่กรุณาให้เกียรติมาร่วมในงานนี้ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีและมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง และเป็นแรงบันดาลใจให้ผม สำหรับผมที่ท่านมาเยี่ยมออฟฟิศเก่าถือว่าเป็นสิริมงคลต่อตัวของผมเอง ถือว่ามีความสำคัญที่ผมให้ความนับถือท่านมาตลอด และยังให้คำแนะนำที่ดีต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และให้ข้อคิดอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ก็ขอให้ทุกท่านรับทราบว่าทำไมต้องพูดถึงท่านบ่อยๆ เพราะว่านี่คือสิ่งที่ผมได้รับจากท่าน” นายกฯ กล่าว





