ถ้าเลือกชัยเกษม พร้อมยุบสภาสู่การเลือกตั้งใหม่ทันที” ซึ่งในเวทีเสวนา“เกิด แก่ เจ็บ โกง”ของผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 20 ก.ค. เรื่องนี้ถูกหยิบยกมาพูดอีกครั้ง จากแฟนคลับพรรคที่ผิดหวังว่า “พรรคตัดสินใจเหมือนทิ้งคะแนนให้โจรเอาอำนาจไป”

หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนก็สะเทือนใจไม่แพ้กัน ถึงกับตอบเสียงเครือว่า “ที่พรรคประชาชนโหวตพรรคภูมิใจไทยรอบ MOA เนื่องจากตอนนั้นเรามีข้อจำกัดว่า เราไม่ได้มีแคนดิเดตนายกฯ ที่จะสามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้  เราต้องการโหวตเพื่อปลดล็อกกติกาบางอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศ แต่ถ้าตอนนั้นเราเข้าร่วมรัฐบาล หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นโจร นั่งเรือโจรแล้วประเทศไทยจะไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเราสามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียงข้างมาก นั่งอยู่ในเรืออีกลำ ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อย”

MOA ขณะนั้น ก็คือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ที่สุดก็โดนคว่ำไปเพราะ สว.ไม่เอาการตัดอำนาจ สว.ในการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคประชาชนอาจจะคิดว่าพรรคภูมิใจไทยตุกติก เลยประกาศจะยื่นซักฟอก “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เสียเลย กลายเป็นชิงยุบสภาก่อนยื่นเส้นยาแดงผ่าแปด   

 เรื่องที่คนทั่วไปยังสงสัยกันว่า วันที่“อดีตนายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร พ้นเก้าอี้นายกฯ เสี่ยหนูไปรับปากอะไรที่พรรคส้ม แล้วเสี่ยหนูไปรับปากว่า ขอเสียง สว.ให้ผ่านแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือ ??  ถ้าเชื่อว่าขอเสียง สว.ได้นี่คือโลกสวยมาก เพราะใครมันจะแอคโชว์ให้ถูกยื่นเอาผิดทางอาญาเล่าว่า สั่ง สว.ได้ และอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนก็อยากได้คำตอบคือ มีโปลิตบูโรในพรรคกดดันการตัดสินใจของหัวหน้าเท้งหรือไม่ และมีดีลอะไรเบื้องหลัง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.ตัวจี๊ดของพรรคส้ม ก็หยิบเรื่องนี้มาพูดถึงอีกครั้ง “ผมและพรรคประชาชนเปรียบเสมือนตำรวจที่ได้ตัดสินใจผิดพลาดไป เพราะหลงเชื่อโจรที่เราจับกุมมาได้ และยอมเดินตามโจรไป ด้วยความหวังว่าจะอาศัยโอกาสนั้นเข้าไปทลายเครือข่ายโจรทั้งระบบ  แต่โจรกลับหันมาแย่งปืน ยิงตำรวจ แล้วหลบหนีไปได้ มิหนำซ้ำยังนำอาวุธที่ได้ไปขยายเครือข่าย ปล้นสะดมบ้านเมืองหนักยิ่งกว่าเดิม ต้องขอโทษประชาชน”

การ“ชดใช้บาป” แนวโน้มค่อนข้างสูงว่า ออกมาในรูปอภิปรายไม่ไว้วางใจ หัวหน้าเท้งฟาดยับว่า  ปัญหาการทุจริตล้วนวนเวียนอยู่ในกระทรวงมหาดไทย หรือคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล และแสดงท่าทีถึงศึกซักฟอกว่า “ พร้อมดำเนินการอย่างเข้มข้น  และการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คิดว่ามีผลสะเทือนทางการเมืองแน่นอน  มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะหลายคดีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยสีน้ำเงินด้วย ทุจริตการสอบท้องถิ่น การพยายามยัดไส้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท การทุจริตงานทะเบียน สุดท้ายวนเวียนในรอบตัวคนที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล

หากดูใบเสร็จคดีที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้  คิดว่ารัฐบาลปฏิเสธยาก เว้นแต่ว่าทุกคดีที่ได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ มีการสาวถึงต้นตอ ว่าตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้คือใคร และลงโทษให้สังคมเห็น”  ดูกระบวนทัพฝ่ายค้าน คิดว่า พรรคส้มได้แรงหนุนเต็มร้อยจากประชาธิปัตย์ ซึ่งตอนนี้ดูเน้นฟาดฟันกับรัฐบาลเรื่องเตรียมการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่  มีวาระร่วมกับพรรคส้มเรื่องขวาง TH-AI Passport เรื่องโครงการแลนด์บริดจ์

ในส่วนพรรคกล้าธรรม ก็คิดดูเอาว่าจะคงสภาพ “พรรคฝ่ายคอย” หรือใช้โอกาสนี้สร้างผลงาน เห็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ออกมาแสดงท่าทีเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับกระทรวงเกษตรฯ ก็น่าสนใจว่า พรรคเขียวจะปล่อยของบ้างไหม แบบว่า เปิดแผลกระทรวงในโควตาเพื่อไทย

ก่อนเปิดสภา หลายคนก็อยากเห็นฝ่ายค้านเปิดประเด็นใหม่ๆ ด้วย ให้กระแสสังคมแบนรัฐบาลอีกแรง.