หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงสะเทือนขวัญหลายครั้ง ไล่เรียงตั้งแต่นักเรียนมัธยมอายุ 14 ปี กราดยิงในโรงเรียน ลูกชาย ส.จ. ใช้ปืนตบหน้าเพื่อนนักเรียน จนกระทั่งถึงจุดพีคเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมาหลัง “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีตนักการเมืองดัง จังหวัดนนทบุรี บุกยิง “พ...ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี 5 สมัย ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมากว่า 30 ปี จนเสียชีวิต

นอกจากนี้ มีเหตุการณ์ท้าทายอำอาจ จากงานฉลองครบรอบ 134 ปี วันกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เกาะพะงัน หลังมีการมอบอาวุธปืนลูกซองเป็นรางวัลจับฉลาก

ทำเอา “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงจังหวัดสุราษฎร์ ให้ระงับการมอบอาวุธปืนในวันดังกล่าว และสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดในการจัดงาน และเอาอาวุธปืนมาใช้เป็นรางวัล

และเมื่อตรวจสอบสถิติพบว่า ประเทศไทยมีคดีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เข้าสู่ศาลชั้นต้นทั่วประเทศสูงถึง 17,117 คดี ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 69 ท่ามกลางยอดครอบครองปืนกว่า 10.4 ล้านกระบอก แบ่งเป็นปืนมีทะเบียน 6.22 ล้านกระบอก และปืนเถื่อนอีกกว่า 4.12 ล้านกระบอก

นายกฯ และรมว.มหาดไทย” จึงได้สั่งการให้ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย เดินหน้ายกร่างกฎหมายอาวุธปืนฉบับใหม่ พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้มงวดเรื่องใบอนุญาต ป.3 ป.4 และ ป.12

ขณะที่ “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พรรคได้เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับใหม่ที่มีกว่า 100 มาตรา เพื่อปรับปรุงกฎหมายที่ใช้มานานกว่า 80 ปี ให้มีความทันสมัย ตรวจสอบข้อมูลแบบ Real-time และควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ นายกฯ” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังสั่งการคุมเข้มในที่ประชุมพรรค ห้ามรัฐมนตรี สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพกปืนในที่สาธารณะ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี หากฝ่าฝืนแม้จะรอดคดีหรือเสียค่าปรับ แต่จะไม่รอดมาตรฐานจริยธรรม และส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งทางการเมือง 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านได้สะท้อนข้อห่วงใยที่น่าสนใจ โดย “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า คดีอาชญากรรมส่วนใหญ่มาจากปืนเถื่อนสูงถึง 84.7% ขณะที่ปืนถูกกฎหมายมีเพียง 4.1% เท่านั้น 

พร้อมทั้งเปิดเผยว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้ใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน (ใบ ป.5) พุ่งสูงขึ้น ในปี 52 เกิดขึ้นในยุคของ“ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” อดีตรมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นบิดาของ “อนุทิน” นั่นเอง

ด้าน “ไผ่ ลิกค์” สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม แสดงความเห็นเรื่องปืนว่า คนดีไม่ต้องมีปืน คนร้ายมีปืนทั้งประเทศ การแจกปืนผู้ใหญ่บ้านถือเป็นขวัญกำลังใจให้มีใช้ต่อสู้ป้องกัน จะปราบปรามอาวุธปืนควรเริ่มที่ปืนเถื่อนก่อน

ขณะที่ “พงศกร ขวัญเมือง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า นโยบายนี้อาจสร้างความเหลื่อมล้ำด้านความปลอดภัย และเปิดทางให้ตลาดมืดค้าปืนเติบโตอย่างเสรี ทำให้ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยไม่มีอาวุธป้องกันตัว ในขณะที่โจรมีปืนเถื่อน ดังนั้น หากนโยบายนี้จะได้รับการยอมรับจากสังคมได้ นอกจากปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยแล้ว ต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง

สำคัญที่สุดคนในรัฐบาล โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรี บิ๊กการเมือง สส.บ้านใหญ่ หัวหน้าซุ้ม และบริวารต่างๆในเครือข่ายต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องไม่กระทำผิดเสียเองไม่เช่นนั้นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำเพื่อความปลอดภัยของสังคมจะพังทลายลง และจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะ “นายกฯ” จะไม่เหลือความน่าเชื่อถือใดๆ.